Vartika Adventure Vartika Kuiburi
   

ผู้เขียน หัวข้อ: 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า คนประเทศไทยท่องเที่ยวเมื่อไร ก็ย่อมได้  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Cloudsupachai111

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8454
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า คนประเทศไทยไปเที่ยวเมื่อไร ก็ย่อมได้
การทำวีซ่า เพื่อไปเที่ยวยังประเทศต่างๆนั้น ดูเหมือนจะยุ่งยาก และก็หลายขั้นตอนมากๆด้วยเหตุดังกล่าวเราจะผ่านมันไป แล้วไปเที่ยวให้สุขใจกับ เที่ยว 30 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า กันดีกว่า ..บางประเทศนั้นก็เป็นที่นิยมของนักเดินทางไทยอีกด้วย
เที่ยว 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า
1. ประเทศจีนไต้หวัน (Taiwan) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ไต้หวัน หลังจากที่ทางรัฐบาลไต้หวัน ได้ประกาศยกเว้นการตรวจลงยี่ห้อวีซ่าให้คนประเทศไทย และประเทศในอาเซียน เมื่อปีให้หลัง ล่าสุดก็ได้ประกาศ “ขยายเวลาฟรีวีซ่า” ให้เพิ่มอีก 1 ปี โดยเริ่มเมื่อวันที่ 1 เดือนสิงหาคม 2560 ถึง 31 กรกฎาคม 2561 คนใดมีแพลนลานไปเที่ยวประเทศจีนไต้หวัน อยากแบ็คแพ็คไปสัมผัสเมืองแห่งวัฒนธรรม ศิลป์ และก็ธรรมชาติ ไม่ว่าจะท่องเที่ยวในเมืองอย่างกรุงไทเป, เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น, เขตซีเหไม่นแย้ง, อนุสรณ์สถาน ดร.ซุน ยัตเซน, วัดหลงซาน, ตึกไทเป 101, อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก หรือท่าเรือตัมสุ่ย
2. ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
ประเทศเกาหลี เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนประเทศไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว โดยยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงเนื่องจากใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแค่ 5-6 ชั่วโมง หากกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีนั้นมีเยอะแยะหลายแห่ง โดยยิ่งไปกว่านั้นกรุงโซล Seoul เว้นแต่เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้แล้ว ยังเป็นเมืองที่ผู้คนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เพราะเหตุว่ามีทั้งสถานที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่ช้อปปิ้งที่มีสินค้าให้เลือกทุกชนิด และแหล่งบันเทิงต่างๆที่สุดได้รับความนิยมก็อาจไม่พ้น วังคยองบกกุง, เกาะนามิ, เมียงดง, เกาะเซจู, โซลทาวเวอร์, หมู่บ้านบุกชอนฮันอก, แดดุนซาน, ลอตเต้เวิล์ด นับได้ว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ที่ได้รับความนิยม
3. ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะรวมกันอยู่มากยิ่งกว่า 7,000 เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ชาวประเทศฟิลิปปินส์ในขณะนี้มีการสืบทอดมาจากการผสมผสานของหลายเชื้อสาย ยกตัวอย่างเช่น มองโกเลีย อินโดนีเซีย มาเลย์ แล้วก็จีน รวมไปถึงยังมีผู้ย้ายถิ่นคนอินเดีย อาหรับ ประเทศสเปน และก็อเมริกันมาอาศัยรวมอยู่ด้วย ประเทศที่มีความโดดเด่นทางเรือก็ต้องที่นี่ล่ะ มีหาดทราย สมุทร และก็เกาะจำนวนมากอย่างมาก ลองไปเที่ยวชมสถานที่และแหล่งธรรมชาติมองสิ ไม่ว่าจะเป็น เมืองมะนิลา, ซีบู, ภูเขาช็อกโกแลต (Chocolate Hills), ปวยร์โตปรินเซซา (Puerto Princesa) นครที่เทพเทวดา, สวนธรรมชาติต้นปะการังตุๆบบาตาฮา (Tubbataha Reef), ภูเขาไฟมายอน (Mayon Volcano), ที่นาขั้นบันไดบานาเว (Banaue Rice Terraces) เป็นต้น
4. ประเทศลาว (Laos) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ประเทศลาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการเป็นลาว ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทย นับว่าได้รับความนิยมในเรื่องท่องเที่ยวอย่างมากมาย ด้วยลักษณะทำเลที่ตั้ง สภาพอากาศ ภาษา และวิถีชีวิตของคนลาว มีลักษณะที่ไม่แตกต่างจากคนไทยเท่าไรนัก สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแล้วก็มีชื่อเสียงกันดีก็มี เวียงจันทน์ วังเวียง ปากเซ หรือหลวงพระบาง จากไทยสามารถเดินทางไปยังลาวได้ โดยผ่านจุดผ่านแดนรอบๆชายแดนไทย-ลาวทั้งผอง 15 จุด รวมทั้งภาษาลาวนั้นมีสำเนียงคล้ายกับภาษาอีสานของไทยเรานี่แหละ
5. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านชายแดนใต้ของพวกเรา และคนประเทศไทยไทยเดินทางไปท่องเที่ยวมากเป็นลำดับแรกๆประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ส่วน โดยมีสมุทรจีนใต้กัน ส่วนแรกคือ แหลมมลายู หรือ มาเลเซียตะวันตก มีอณาเขตทางทิศเหนือติดประเทศไทย และทิศใต้ติดกับประเทศสิงคโปร์ ส่วนลำดับที่สองเป็น ตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว หรือ มาเลเซียตะวันออก มีพรมแดนทางทิศใต้ติดอินโดนีเซีย แล้วก็มีเขตแดนล้อมประเทศบรูไน มาเลเซียเป็นสมาชิกจัดตั้งขึ้นของกลุ่มประเทศอาเซียน มีเมืองหลวงเป็น กรุงกัวลาลัมเปอร์ หลายๆคนคงจะรู้จักการงดเว้นหมาด ซึ่งประเทศมาเลเซียนั้นมีผู้เชื่อในศาสนาอิสลามเยอะที่สุดในประเทศ โดยมีมากถึง 55% ท่องเที่ยวทั้งทีจะต้องไม่พลาดเมืองมะละกา (Melaka), ตึกเปโตรนาส (Petronas Twin Towers), เมืองปุตราจายา (Putrajaya), สวนน้ำเลเก๋แลนด์
6. ประเทศเวียดนาม (Vietnam) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
เวียดนาม ถือว่าเป็นเพื่อนบ้านกับไทยมานาน นอกเหนือจากนี้ ในประเทศยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจอยู่เยอะแยะ เพราะเหตุว่ามีสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความงาม รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายที่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฮอยอัน, อ่าวฮาทดลอง (Ha Long Bay), สุสานโฮจิมินห์, พระราชสำนักเว้, ภูเขาทรายสองสีที่หมุยแหน (The Sand Dunes of Mui Ne)
7. ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเกาะเล็กเกาะน้อยๆในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ด้านใต้ของเมืองไทยต่อจากประเทศมาเลเซีย เป็นปากอ่าวต้อนรับนักทัศนาจรจากตะวันตกสู่คาบทวีปตะวันออก นับได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความรุ่งโรจน์สูงสุดแถวหน้าของโลก ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูง (ขึ้นชื่อว่าเป็นสีสันของทวีปเอเชียเชียวล่ะ) เป็นเมืองท่าและก็เมืองเศรษฐกิจการค้าขายหลักในแถบเอเชีย มีความมากมายหลากหลายของเชื้อชาติรวมทั้งศาสนา ก็เลยมีความต่างที่ลงตัวอีกทั้งทางวัฒนธรรม ความเชื่อ ศิลป์รวมทั้งเทคโนโลยี แถมยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความสะอาดอีกด้วย เกาะนี้มีสถานที่เที่ยวแทบจะทุกมุม เป็นต้นว่า S.E.A. Aquarium, Universal Studio, มาริน่า เบย์ (Marina Bay), คลาร์ก คีย์ (Clarke Quay), วัดศรีมาริอัมมันต์, วัดเจ้าแม่กวนอิม, วัดเซียนฮกเก๋ง
8. เขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macao) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มาเก๊า เป็นเพียงเกาะเล็กๆตั้งอยู่รอบๆริมฝั่งทางตะวันออกของจีน รวมทั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล โดยมีชายแดนติดกับบริเวณกวางตุ้ง ซึ่งไม่ห่างจากประเทศฮ่องกงเท่าไรนัก ดินแดนแห่งนี้รู้จักกันดีในกลุ่มนักเสี่ยงโชค เนื่องจากว่ามีคาสิโนถูกต้องตามกฎหมายเยอะมาก แต่นอกเหนือจากนี้แล้วมาเก๊ายังน่าท่องเที่ยวอีกด้วย เพราะเหตุว่าในสมัยก่อนมาเก๊าเคยเป็นเมืองประเทศราชของประเทศโปรตุเกส จึงทำให้มีกลิ่นอายของโปรตุเกสอยู่มาก ทั้งบ้านที่พักแล้วก็วัฒนธรรมการกิน มีบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด มาเก๊าก็จะมีการตกแต่งไฟสวยๆในบริดวณหลายจุด อย่างเช่น Senado Square ถ้าคนใดกันแน่รอคอยเคาท์ดาวน์ที่ประเทศฮ่องกงแล้วก็มาเก๊า บอกเลยว่าจะได้ชมดอกไม้ไฟสุดอลังการแน่นอน นอกเหนือจากนั้นที่เที่ยวฮิตก็ยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซากโบสถ์เซนต์ปอล, จัตุรัสเซนาโด, วัดอาม่า, ฟอร์ทาเลซา ดู มอนเต, พิพิธภัณฑสถานมาเก๊า, มาเก๊าทาวเวอร์, มาเก๊า ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ
9. ประเทศญี่ปุ่น (Japan) : ท่องเที่ยวได้ 15 วัน
ญี่ปุ่น มีเกาะหลัก 4 เกาะร่วมกัน คือ เกาะฮอกไกโด (Hokkaido) ตั้งอยู่ทางทางเหนือ, เกาะฮอนยก (Honshu) ตั้งอยู่ทางตรงกลางของประเทศ เป็นเกาะหลัก, เกาะชิโกกุ (Shikoku) ตั้งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกทางตอนล่างของเกาะฮอนชู เป็นเกาะที่เล็กที่สุดในบรรดาเกาะหลัก และเกาะคิวยก (Kyushu) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ เกาะของประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นหมู่เกาะเทือกเขา ซึ่งในนั้นมีปริมาณหนึ่งเป็นภูเขาไฟ และหนึ่งในภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ ภูเขาไฟฟูจิ ชาวไทยเราก็ไปเช็คอินประเทศญี่ปุ่นกันบ่อยครั้งอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเมืองเกียวโต โอซาก้า ที่นารา ซึ่งสถานที่เที่ยวสุดฮิตก็มี ช้อปปิ้งเขตชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ, พระราชวังฮิเมะจิ, ดูทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ณ ฟุระโนะ, เล่นสกีบนเกาะฮอกไกโด ฯลฯ ถือได้ว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ยอดนิยม
10. ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
อินโดนีเซีย ประเทศบ้านเรือนใกล้กันอย่างดินแดนอิเหนาก็มีสถานที่เที่ยวอันน่าดึงดูดมากไม่น้อยเลยทีเดียวหลายแห่ง ในขณะที่คนอีกจำนวนไม่น้อยอาจไม่เคยทราบจะมาก่อน หรือรู้จักแค่บางแห่งที่ขึ้นชื่ออย่าง “เกาะบาหลี” เป็นประเทศที่มีสามัญชนมากมายสุดเป็นอันดับ 4 และก็มีหมู่เกาะเยอะที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นเกาะบาหลี, มหาเจดีย์บุโรพุทโธ, อุทยานแห่งชาติวัวโมโด (Komodo National Park), เกาะกีลี (Gili Islands), ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple), ดินแดนลึกลับโทราจาแลนด์
11. เขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกง (Hong Kong) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ฮ่องกง ดินแดนที่ไม่เคยหลับ เคยรุ่งโรจน์อย่างไรก็ยังรุ่งโรจน์อยู่อย่างนั้น โดยเฉพาะปัจจุบันที่เปลี่ยนเป็นเมืองที่การช้อปปิ้งลำดับที่หนึ่งของทวีปเอเชียไปเสียแล้ว ไม่ว่าใครไปฮ่องกงก็จะต้องได้ข้าวของติดไม้ติดมือกันมาทั้งนั้น โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนม เนื่องจากฮ่องกงเป็นดินแดนที่ปลอดภาษี ขาช้อปทั้งหลายแหล่ก็เลยได้ยิ้มแฉ่งไปตามๆกัน นอกเหนือจากการช้อปปิ้งแล้ว ฮ่องกงก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีนมากมายก่ายกอง เป็นต้นว่า อะเวนิว ออฟ สตาร์, เดอะพีค, ประเทศฮ่องกงดิสนีย์แลนด์, ตลาดช่วงกลางคืนเทมเปิลสตรีท
12. ราชอาณาจักรกัมพูชา (Cambodia) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
กัมพูชา ดินแดนที่อารยธรรม สถาปัตยกรรม แล้วก็เทวสถานที่เคยเจริญก้าวหน้าที่สุดในสมัยก่อน ผ่านมานานเป็นพันๆปี กัมพูชา หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า เขมร หรือ ขะแมร์ ทิศเหนือและก็ทิศตะวันตกชิดกับประเทศไทยเรานี่เอง พสกนิกรส่วนใหญ่ครึ่งเดียวของประเทศแก่ต่ำยิ่งกว่า 19 ปี เนื่องจากว่าประเทศกัมพูชาเคยทำศึกทำสงครามเพื่อล้างเชื้อสายให้ประชาชนเหลือต่ำที่สุด หากได้ไปเที่ยวจะเห็นประวัติการเข่นฆ่า เด็ก คนแก่ คนวัยชรา ด้วยวิธีที่ชั่วร้าย เขมรเป็นประเทศที่มีศิลปวัฒนธรรม ขนบประเพณี ศาสนา และสถาปัตยกรรมต่างๆใกล้เคียงกับประเทศไทย ที่พลาดไม่ได้ก็คือ นครวัด 1 ใน7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยิ่งกว่านั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวย อย่างเช่น ทะเลสาบ แนวเขาสูง น้าตกสวยๆป่าไม้ที่ยังสมบูรณ์บริบูรณ์ สถานที่เที่ยวหลักๆคือ พระราชสำนักหลวงพนมเปญ, ปราสาทบายน, วังนครธม, วิมานเอกราชหรืออนุสาวรีย์เสรีภาพ แล้วก็ยังมี ‘โรซาน่า บรอดเวย์ เมืองเสียมเรียบ’ คาบาเร่ย์โชว์แห่งแรกในเขมรอีกด้วย
13. ประเทศในทวีปแอฟริกาใต้ (Republic of South Africa) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
แอฟริกาใต้ เป็นประเทศอิสระที่อยู่ช่วงท้ายทางใต้สุดของทวีปแอฟริกา มีชายแดนชิดกับประเทศนามิเบีย ประเทศบอตสวาทุ่งนา ประเทศซิมบับเว ประเทศโมซัมบิก และก็ประเทศสวาซิแลนด์ ส่วนประเทศเลโซโท (Lesotho) เป็นดินแดนที่ถูกโอบล้อมทุกด้านด้วยขอบเขตของประเทศในทวีปแอฟริกาใต้ แล้วก็ยังเป็นประเทศส่งออกเพชรและทองคำ มีความมากมายหลายทางวัฒนธรรม แล้วก็เป็นที่ 3 ของโลกที่มีความมากมายหลากหลายทางชีวภาพ ตำแหน่งที่ตั้งประกอบไปด้วยริมฝั่ง ภูเขา ทะเลทราย ป่าเขียวชะอุ่ม และก็มีสัตว์ป่า แอฟริกาลือชื่อในเรื่องของอากาศ ส่วนมากจะมีอากาศอบอุ่น แต่ก็มีแดดจัด หน้าหนาวจะเย็นและฝนตกเพราะว่าแอฟริกาใต้ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ฤดูกาลก็เลยตรงข้ามกับ อเมริกาเหนือแล้วก็ยุโรป สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตจำเป็นต้องนี่เลย Sun City Resort (รีสอร์ตซันสิตี้) รีสอร์ทและก็คาสิโนสุดหรู, เขตป่าสงวนฮลูฮลูเว้-อัมโฟโลซี่, Blyde River Canyon (หุบผาแม่น้ำไบลด์), Durban Beaches (ริมทะเลเดอร์บัน), able Mountain (เทเบิ้ลมาวหรูน /เทือกเขารูปโต๊ะ), Kruger National Park (อุทยานแห่งชาติอาจารย์เกอร์)
14. ประเทศบราซิล (Brazil) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
บราซิล เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นชั้นที่ 5 ของโลก เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดและก็มีมวลชนมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ มีพื้นที่กว้างขวางระหว่างตอนกลางของทวีปอเมริกาใต้และมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีกรุงบราซีเลีย (Brasília) เป็นเมืองหลวงของประเทศ บราซิลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น เหล็ก ทองคำ ถ่านหิน น้ำมัน นิคเกิล ยูเรเนียม ไม้ซุง แร่ดิบ รวมทั้งแร่รัตนชาติ นับได้ว่าเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลกอย่างยิ่งจริงๆ สถานที่เที่ยวที่ไม่สมควรพลาดคือ Cristo Redentor (The Christ the Redeemer) รูปปั้นพระเยซูคริสต์, สนามกีฬา Maracana Stadium, สวนพฤกษชาติ Jardim Botanico, เทือกเขากึ่งกลางอ่าว Guanabara Bay
15. ประเทศบาห์เรน (Bahrain) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
บาห์เรน เป็นประเทศเกาะในอ่าวเปอร์เซีย (อ่าวอาหรับ) อยู่ห่างจากประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยมีสะพานเชื่อมต่อระหว่างกัน 28 กิโลเมตร เป็น สะพานคิงฟะฮัด บาห์เรนเคยอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษ บาห์เรนเป็นประเทศแรกในอ่าวอาหรับที่ขุดพบน้ำมันดิบในปี 2475 แล้วก็มีการสร้าง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : wildtemptationbengals.com

Tags : http://wildtemptationbengals.com



 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31