Vartika Adventure Vartika Kuiburi
   

ผู้เขียน หัวข้อ: เที่ยว 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า  (อ่าน 12 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Narongrit999

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 25017
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
เที่ยว 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า
« เมื่อ: กันยายน 11, 2019, 04:52:00 PM »
1. ประเทศเปรู (Perú) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
ประเทศเปรู เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ มีเมืองหลวงคือ ‘กรุงลิมาง เป็นจุดศูนย์กลางของประเทศ พื้นที่ในประเทศ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง โดยมีแนวเขาแอนดิสพิงผ่านขนานกับชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค ซึ่งแบบภูมิประเทศได้เป็น 3 แบบ ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ริมฝั่งหรือโกสตา (Costa) ด้านตะวันตก เป็นที่ราบแคบ แล้วก็แห้ง นอกจากรอบๆซอกเขา ซึ่งมีเหตุที่เกิดจากแม่น้ำตามฤดูกาล เขตที่สูง หรือ เซียร์รา (Sierra) เป็นภูมิภาคประเทศบนแนวเขาแอนดีส ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ราบสูงอัลตีปลาโน เขตป่ารกทึบ หรือเซลบา (Selva) เป็นที่ราบกว้างใหญ่ ปกคลุมด้วยพื้นที่ของป่าดิบชื้นอเมซอน สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรจะไป ซากปรักหักพัง มาจูปิจู (Machu Picchu), จุดสำหรับเพื่อชมวิว (Huayna Picchu), เขาเรนโบว์ Cerro Colorado Vinicunca
2. ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
เอกวาดอร์ เป็นประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ Ecuador เป็นภาษาสเปน ตรงกับคำว่า Equator ในภาษาอังกฤษ แปลว่า เส้นศูนย์สูตร การตั้งชื่อแบบนี้เป็นเนื่องจากว่าประเทศเอกวาดอร์ตั้งอยู่รอบๆเส้นศูนย์สูตรพาดผ่าน ทำให้ทั่วทั้งประเทศได้รับแสงแดดสุดกำลังตลอดปี แม้กระนั้นสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่ก็นาๆประการ ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ พื้นที่ภูเขา ป่าฝน และก็ชายฝั่งทะเลแปซิฟิค ประเทศเอกวาดอร์มีชื่อเสียงทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก แม้กระนั้นที่มีชื่อเยอะที่สุดเป็น ภูเขาไฟโกโตปักซี (Cotopaxi) ภูเขาไฟที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียง 48 กิโล บนแนวเขาแอนดีส ภูเขาไฟโกโตปักซีเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่อยู่มากที่สุดในโลก รวมทั้งในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมภูเขาไฟที่นี้จำนวนไม่ใช่น้อย เมืองบาโญส (Banos) เป็นอีกโอกาสหนึ่งหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ถูกใจการเดินป่า และก็ชมความสวยงามจของน้ำตก สถานที่สำหรับท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจเป็น หมู่เกาะกาลาขว้างโกส เป็นหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยสัตว์มากมายหลายประเภท เป็นหมู่เกาะกึ่งกลางห้วงมหาสมุทรแปซิฟิค
3. ประเทศบรูไน (Brunei) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
ประเทศบรูไน เป็นประเทศเล็กๆแม้กระนั้นมีเศรษฐกิจที่ดีไม่น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่นใดในเอเชีย สถานที่สำหรับท่องเที่ยวยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้อย่างยิ่ง ด้วยเหตุว่ามีนักท่องเที่ยวสนใจน้อยซะงั้น แม้กระนั้นการันตีได้เลยว่าทุกคนที่ได้ไปถึง เป็นต้องได้รับความตรึงใจกลับมาแน่ๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑสถานบรูไน, สุเหร่าสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน, ราชสำนักอิสตาที่นา นูรัล อีมาน, สวนเจรูดง, สุเหร่าจาเม อาร์ ฮัสซานัล โบลเกียห์
4. ประเทศปานามา (Panamá) : ท่องเที่ยวได้ 180 วัน
ปานามา เป็นประเทศที่อยู่ทางใต้สุดของอเมริกากึ่งกลาง เป็นประเทศที่เป็นตัวอย่างการบรรลุผลของการพัฒนาเศรษฐกิจทีเดียว ปานามาไม่ใช่ประเทศล้าหลังที่เป็นสวรรค์ของนักฟอกเงิน ตรงกันข้าม เดี๋ยวนี้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินของละตินอเมริกา มีสถาบันการเงินระดับใหญ่ ฯลฯทางการขนส่งตู้สินค้า เนื่องจากว่าเป็นทางขนส่งทางยุทธศาสตร์ของทวีปอเมริกา สถานที่เที่ยวห้ามพลาด ลำคลองปานามา, เมืองคาสิโน Panaviera at Ocean Sun Casino, โบสถ์และก็วิหาร Iglesia del Carmen, น้ำตก El Chorro Macho, พิพิธภัณฑ์ BioMuseo
5. ประเทศอาร์เจนตินา (Argentina) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
อาร์เจนว่ากล่าวน่า ประเทศขนาดใหญ่ในอเมริกาใต้ที่นี้ มีน้ำตกที่ดังสุดอลังการ แนวเขาแอนดีสอันยิ่งใหญ่ เหล้าองุ่น การเต้นระบำแทงโก้ รวมทั้งเมืองหลวงบัวโนส ไอเรสที่น่าเร้าใจ ถือเป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยว จะได้สัมผัสตั้งแต่เมืองหลวงที่มีมนต์เสน่ห์ ไปจนถึงเมืองอาณานิคมอันเงียบสงบ ประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองในอเมริกาใต้ที่นี้มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่มากมาย ด้วยตำแหน่งที่ตั้งที่กว้างใหญ่ไพศาลทำให้ภูมิอากาศต่างๆนาๆ ตั้งแต่หิมะ ธารน้ำแข็ง เทือกเขาสูง ท้องทุ่งอบอุ่น ไร่องุ่น แคนยอน ทะเลทราย จวบจนกระทั่งป่าดิบชื้น แหล่งท่องเที่ยวที่ชี้แนะว่าไม่สมควรพลาดเป็น น้ำตกอีกวาซู, The BigBen of Argentina, สีสันบ้านเรือนบริเวณ La Boca, El Tren a Las Nubes (รถไฟไปยังเมฆ), เยี่ยมชมโรงกลั่นเหล้าองุ่น, เทือกเขา Hornocal (เนินเจ็ดสี)
6. ประเทศชิลี (Republic of Chile) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
ชิลี เป็นประเทศลาตินอเมริกา มีเนื้อที่ติดชายฝั่งทะเลยาวระหว่างแนวเขาแอนดีสกับห้วงมหาสมุทรแปซิฟิค มีขอบเขตจรดประเทศอาร์เจนตินาทางทิศตะวันออก ถึงแม้ว่าประเทศชิลีจะเป็นประเทศที่มิได้มีขนาดใหญ่นัก แม้กระนั้นเรื่องความยาวประเทศนี้ขาดลอยประเทศอื่นๆในโลก เพราะเหตุว่าเป็นเจ้าของสถิติประเทศที่ยาวที่สุดกว่า 4,300 กิโลเมตร แม้กระนั้นกว้างแค่เพียง 180 กม.แค่นั้น ข้อดีของประเทศชิลีนั้นอยู่ตรงที่ความหลากหลายของพื้นที่ ที่มีตั้งแต่ว่าทะเลทรายที่จัดได้ว่าแล้งที่สุด ไปจนถึงธารน้ำแข็ง และก็ฟยอร์ด นอกจากนี้ยังมีภูเขาไฟรายล้อมอีกหลายแห่ง สมกับเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ “ring of fire” ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก ที่จะนำมาซึ่งแผ่นดินไหวอยู่หลายครั้ง แต่ว่าตรงนี้ก็ยังคงยั่วยวนใจนักเดินทางอยู่ไม่ขาดระยะ เพราะข้างหน้าเป็นทะเลสาบรวมทั้งข้างหลังเป็นภูเขาไฟ ทำให้ตำแหน่งที่ตั้งนี้มีความสวยงามและก็แปลกตา
7. ประเทศเซเชลส์ (Seychelles) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
เซเชลส์ รู้จักกันในนาม Paradise on Earth หรือ สวรรค์บนดินในหมู่นักท่องเที่ยว หมู่เกาะเซเชลส์เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่รอบๆทวีปแอฟริกา มีหมู่เกาะเรียงรายกว่า 115 เกาะ ห่างจากริมฝั่งแอฟริกาทางทิศตะวันออก 1,600 กิโล ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ คนที่นี่จะใช้ภาษาอังกฤษและก็ภาษาฝรั่งเศสได้คล่องแคล่วเนื่องด้วยเคยถูกปกครองจากสองประเทศนี้ อากาศจะอบอุ่นตลอดทั้งปี ตอนไฮฤดูกาลจะเป็นช่วงๆ เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม นักท่องเที่ยวส่วนมากจะมาจากอเมริกาและก็ยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ที่สำคัญเกาะนี้เคยเป็นที่ฮันนีมูนของเจ้าชายวิลเลียมแล้วก็เคทด้วย ที่นี่ก็มีหาดทรายงามๆหลายหาดทรายด้วยกัน แต่ที่แนะนำเป็นหาดทราย Anse Lazio
8. ประเทศมองดูโกเลีย (Mongolia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มองดูโกเลีย ดินแดนแห่งธรรมชาติ ภูเขา ป่าดง รวมทั้งทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากมีความสะดุดตาทางด้านธรรมชาติแล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของมองดูโกเลียอีกอย่างก็คือ ศิลปวัฒนธรรมแล้วก็ผู้คนซึ่งมีเอกลักษณ์ต่างจากที่อื่นๆผู้คนแคว้นยังคงดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย จึงไม่ฉงนใจที่ดินแดนที่นี้จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักเที่ยวจากทั้งโลก มาถึงที่นี่ทั้งทีจะต้องมาเยือนทะเลทรายโกบี, แนวเขาอัลไต, ทุ่งหญ้า Dornod Aimag, จัตุรัสซัคบาทาร์ (Sukhbaatar Square) และก็บ้านพักสไตล์เกอร์
9. ประเทศรัสเซีย (Russia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
รัสเซีย ท่องเที่ยวดินแดนหมีขาว ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมยุโรปและก็เอเชียไว้ด้วยกัน ออกมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลของศิลป์รัสเซีย สถานที่เที่ยวที่แนะนำคือ มอสโกเครมลิน (Moscow Kremlin) เขตมรดกโลก, วิหารเซนต์บาสิล (St. Basil’s Cathedral) โดมทรงหัวหอม 9 โดมและก็โบสถ์หลังคาสูงยอดแหลม, จตุรัสแดง (Red Square), ป่าช้าเลนิน (Lenin Mausoleum), พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ(Hermitage Museum) ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก, วิหารเซนต์ไอแซค (Saint Isaac’s Cathedral) โบสถ์โบราณที่มีหลังคาโดมใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
10. ประเทศวานูอาตู (Vanuatu) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
วานูอาตู เป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในห้วงสมุทรแปซิฟิคตอนใต้ อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกของประเทศออสเตรเลียราว 1,200 กม. ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่โดยประมาณ 82 เกาะ ในจำนวนนี้มีเกาะราว 65 เกาะที่ปลอดคนอาศัยอยู่ และภาวะของเกาะโดยมากจะเป็นเทือกเขาสูง เนื่องด้วยเคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน รวมถึงยังมีภูเขาไฟใต้น้ำตั้งอยู่ทั่วทุกภูมิภาคอีกด้วย เศรษฐกิจนั้นส่วนมากของวานูอาตูจะอิงกับเศรษฐกิจแบบดำรงชีวิต หรือเกษตรกรรมขนาดเล็ก อาชีพที่สำคัญคือการประมงชายฝั่ง มีนิดหน่อยที่ทำงานท่องเที่ยว แม้กระนั้นใครจะรู้ล่ะว่าส่งผลสำรวจออกมาว่า ตรงนี้เป็นประเทศที่สุขสบายที่สุดในโลก
11. ประเทศตุรกี (Turkey) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ประเทศตุรกี เป็นประเทศที่งามด้วยมรดกโลกและสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และก็ร่องรอยที่อารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ ผู้คนเป็นมิตร อาหารอร่อย และราคาถูกอย่างที่คิด ตุรกีเป็นนครที่อุดมไปด้วยเรื่องราวที่ตำนานแล้วก็ประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการศึกเมืองทรอย และก็ม้าไม้อันลือลั่น อิสตันบูล สถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากที่ห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็น วิหารเซนต์โซเฟีย, วิหารอะวัวรโปลิส เมืองเพอร์กามุม, พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ เมืองคัปขว้างโดเจีย, นครใต้ดินไคมัคลึ, ปราสาทปุยฝ้าย เมืองขว้างมุกคาเล่
12. ประเทศหน้าจอร์เจีย (Georgia) : ท่องเที่ยวได้ 365 วัน
จอร์เจีย เป็นประเทศที่ไม่ใหญ่มาก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย อุดมไปด้วยธรรมชาติอันสวยสดงดงาม โดยสิ่งที่เด่นของจอร์เจียเป็นประเทศจำนวนมากตั้งอยู่บนเทือกเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีความสวยงามระดับโลก นักปีนเขา หนักกิจกรรมสโนว์มักจะเดินทางไปประเทศหน้าจอร์เจียเพื่อท่องเที่ยวทั้งยังในฤดูหนาวและก็ในช่วงฤดูใบไม้ผลิบาน หน้าจอร์เจีย มีชื่อเสียงของชาวตะวันตกมานานแล้ว แม้กระนั้นพึ่งจะมีชื่อเสียงผ่านหูผ่านตาชาวไทยเมื่อเร็วๆนี้ ที่ประเทศนี้ให้รู้ไว้เลยว่าองุ่นแล้วก็เหล้าองุ่นนั้นนับว่าเป็นชีวิต เป็นจิตวิญญาณ และเป็นศาสนา ไวน์ใช้ในพิธีกรรมทุกๆสิ่งทุกๆอย่างในโบสถ์มาตั้งแต่ยุคก่อนศาสนาคริสต์ ลวดลายเครื่องหมายหน้าโบสถ์หรือสถานที่สำคัญมักเป็นลายเถาองุ่น ทุกบ้านในจอร์เจียจะปลูกองุ่นที่ซุ้มประตูหน้าบ้าน เป็นเครื่องหมาย เป็นร่มเงา เป็นวัฒนธรรม คนภายในหน้าจอร์เจียรับรองว่าถ้าเกิดไม่มีองุ่นคนหน้าจอร์เจียก็คงจะอยู่มิได้
13. ประเทศมัลดีฟส์ (Maldives) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มัลดีฟส์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมัลดีฟส์ แม้กระนั้นคนสามัญจะนิยมเรียกว่า หมู่เกาะมัลดีฟ กันเสียมากกว่า ซึ่งตั้งอยู่ในห้วงสมุทรประเทศอินเดีย มีขอบเขตอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศอินเดียและก็ประเทศศรีลังกา ลักษณะทำเลที่ตั้งนั้นเป็นลักษณะหมู่เกาะ ที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่วางตัวต่อเนื่องกันในแนวเหนือถึงใต้ นำมาซึ่งการก่อให้เกิดลักษณะพื้นที่ที่มีความงดงามรวมทั้งเอื้อต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีหมู่เกาะถึง 1,990 เกาะอย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่ามีเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่เพียงแค่ไม่ถึง 250 เกาะเพียงแค่นั้น รวมทั้งในหมู่เกาะต่างๆกว่า 100 เกาะมีการพัฒนาและสร้างให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวรวมทั้งรีสอร์ทเพื่อรองรับนักเดินทาง
14. ประเทศพม่า (Myanmar) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
ประเทศพม่า หรือ ภรรยานมา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมาก นับว่าเป็นไข่มุกเม็ดสวยของทวีปเอเชียที่พึ่งเผยโฉมให้พวกเรามองเห็นความงามกัน ซึ่งประเทศนี้ก็ได้ซ่อนความงามเอาไว้มากมาย ทั้งยังสถาปัตยกรรม วัดวาอาราม ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย โดยเฉพาะธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ มีป่าเขารวมทั้งท้องทะเลที่งดงามไม่แพ้ที่แหน่งใดในโลก สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ อาทิเช่น พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง, พระบรมสารีริกธาตุอินทร์แขวน, ทะเลสาบอินเล, พระมหามัยมุนี, เจดีย์กุไม่มีคู่ครองอว์, เมืองพุกาม, หาดทรายงาปาลี, ภูเขาโปปา, เมืองพินอูลวิน, หาดทรายฮเวซวง ซึ่งเมืองที่นักเดินทางนิยมไปเที่ยวดูก็คือ เมืองย่างกุ้ง, เมืองมัณฑะเลย์, เมืองพูกาม, เมือง Thandwe เมืองยะไข่ นั่นเอง เชื่อเถอะว่าคนใดได้เห็นภาพความงดงามของประเทศนี้เป็นจำต้องชอบ
15. ประเทศกาตาร์ (Qatar) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
กาตาร์ รัฐเล็กๆทางแหลมอาระเบียออกไปในอ่าวเปอร์เซีย พื้นที่ประเทศมีรูปร่างคล้ายมุก ก็เลยถูกเรียกขานว่า “ไข่มุกแห่งอิหร่าน” เป็นประเทศที่คนยุโรปรวมทั้งชาวฟิลิปปินส์จำนวนมากพึงพอใจมาดำเนินงาน เนื่องจากได้เงินเดือนดีมากมาย มีทรัพยากรน้ำมันและปิโตรเลียมแอบซ่อนอยู่อย่างมากมาย ก็เลยถูกจัดอับดับว่าเป็นเยี่ยมในประเทศที่มีเงินมีทองที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เศรษฐกิจของกาตาร์ขึ้นอยู่ภาคพลังงานเป็นหลัก ทั้งยังเป็นประเทศที่มีแหล่งปิโตรเลียมสำรองใหญ่ที่สุดเป็นชั้น 3 ของโลก รองจากรัสเซียและก็อิหร่านอีกด้วย ลักษณะตำแหน่งที่ตั้งส่วนใหญ่จะเป็นทะเลทราย จึงมีความแห้งแล้ง และอาจเกิดลมพายุทรายได้ทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเมษายน-มิถุนายน (อุณหภูมิมากถึง 50 องศา) ไทยส่งออกสินค้าไปยังกาตาร์จำนวนไม
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : sunshinesolar

Tags : sunshinesolar,http://sunshinesolar.org



 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31