Vartika Adventure Vartika Kuiburi
   

ผู้เขียน หัวข้อ: เรียนทำขนมปัง มาการอง ของขนมสีสันแจ่มใส หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ เรียนทำอาหารญี  (อ่าน 129 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Bigbombboomz

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 24123
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
เรียนทำขนมปัง มาการอง ของของหวานสีสันผ่องใส  หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ สอนทำอาหาร   เรียนทำขนมปัง เรียนทำขนมไทย, เบเกอรี่, เรียนทำเค้ก เบเกอรี่ฝรั่งเศส
 
เพราะอะไรธุรกิจร้านเบเกอรี่ถึงน่าลงทุน
สามารถทำคนเดียวได้ เนื่องจากว่าถ้าหากพวกเราเริ่มต้น จากการรับขนมจากที่อื่นๆมาขาย นั้นก็ไม่จำเป็นต้องว่าจ้างผู้ช่วย ซึ่งคนเดียวก็สามารถดูแลร้านค้าได้เอง ทั้งหมด ไม่ต้องลงทุนสำหรับการว่าจ้างลูกจ้าง รวมทั้งวุ่นวายกับคนโดยส่วนใหญ่
-ตอนนี้ ร้านขนมปัง นั้น เข้ากับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ ด้วยเหตุว่าคนรุ่นใหม่นิยม ไปนั่งตามร้านค้าขนม เพื่อพักผ่อน นั่งคุย เสวนากับเพื่อนพ้อง หรือนั่งอ่านหนังสือ เพื่อบรรเทา การเปิดร้านของหวานแบบเต็มแบบ ก็เลยตอบปัญหาข้อนี้ได้ และก็ทำรายได้ให้กับธุรกิจได้ อย่างมาก อย่างแน่นอน
-ความชื่นชอบเบเกอรี่ ของคนสมัยใหม่ ที่มีเวลาน้อย เลือกรับประทานเบเกอรี่เป็น อาหารจานด่วน หรือรองท้อง หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “กองทัพจะต้องเดินด้วยท้อง” เมื่อคุณเดินทางไกล หรืออยู่ในเวลาเร่งด่วน ไม่อาจจะหาที่นั่งกินอาหารได้ การกินขนมที่ซื้อข้างทาง จะช่วยให้คุณคลายหิวไปได้ ก่อนที่คุณจะทำธุระเสร็จ และไปทานอาหารมื้อใหญ่ต่อไป
การเตรียมความพร้อมก่อนลงทุนในธุรกิจเบเกอรี่
ก่อนจะลงทุนในธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ก็ต้องมีการเตรียมพร้อมให้พร้อมกั่น ซึ่งธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดก็ไม่ได้มีความแตกต่างกัน จำเป็นมากที่ผู้ลงทุนต้องพิจารณาถึงความพร้อมเพรียงก่อนที่จะมีการลงทุน ซึ่งตัวอย่างเช่น
เงินลงทุน
สำคัญเป็นลำดับแรกๆก็เนื่องจากว่าเงินทุนคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ก่อนการผลิตเบเกอรี่เป็นไปด้วยดี จำนวนเงินลงทุนย่อมแตกต่างกันไปตามลักษณะของธุรกิจว่าอยากให้ออกมาในลักษณะใด ซึ่งก็จำเป็นต้องวิเคราะห์และพิเคราะห์ตามกำลังของตัวอง เนื่องจากว่าด้วยทั่วๆไปแล้วการลงทุนในขั้นแรกจะเน้นไปที่วัสดุปกรณ์ ซึ่งนับว่าเป็นต้นทุนคงเดิม แล้วก็จะได้ผลตอบแทนกลับมาภายในระยะเวลาไม่นาน โดยเหตุนี้ควรที่จะเลือกใช้เครื่องใช้ไม้สอยที่คุณภาพดี มีการค้ำประกัน แม้ว่าจะราคาแพงแต่เชื่อมั่นได้ถึงคุณภาพ
ส่วนทุนอีกอย่างทีเรียกกันว่าเงินลงทุนแปรผันแปร อาทิเช่น ค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าพื้นที่ ค่าขนส่ง หรือค่าใช้สอยที่เปลี่ยนได้ จัดว่ากลุ่มนี้เป็นเงินทุนที่ผู้ลงทุนเองจำเป็นต้องจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อสามารถเงินทุนสามารถเวียนได้อย่างไม่ติดขัด
-วิชาความรู้ความชำนิชำนาญ
จำเป็นต้องสำหรับคนที่อยากได้เริ่มธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดมากมาย เนื่องจากควรเรียนรู้ถึงใอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้รวมทั้งวัตถุดิบทุกๆอย่างในการทำเบเกอรี่ ควรจะศึกษาว่าแป้งมีกี่ชนิด น้ำตาลหรือวัตถุดิบตัวอึ่นๆมีคุณลักษณะเช่นไรใช้เป็นส่วนผสมในเบเกอรี่แต่ละประเภทเพื่ออะไร นอกเหนือจากนี้ยังต้องฝึกซ้อมแล้วก็ชำนิชำนาญสำหรับในการทำ เบเกอรี่มากพอที่จะควบคุมประสิทธิภาพแล้วก็รสได้ เพื่อขนมที่ผลิตมีคุณภาพและรสที่เช่นเดียวกัน
ปัจจุบันนี้ มีโรงเรียนสอนทำเบเกอรีมาก เราสามารถเลือกเรียนได้ ได้ตามต้องการ อีกทั้งสามารถเลือกเฉพาะวิชาที่พึงพอใจได้ ซึ่งจำนวนมากถึงแม้เขาเรียนเพียงคอร์สเดียวก็สามารถเอามาปรับใช้และทำขายได้ทันที และก็การเรียนรู้สูตรแล้วก็วิธีทำจากเพื่อนเกลอหรือญาติ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะไม่ต้องเลยรายจ่ายในการเข้าชั้นเรียนกับสถานศึกษาสอนทำเบเกอรี่ต่างๆ
-ศึกษาเล่าเรียนตลาดแล้วก็คู่แข่งขัน
ผู้ผลิตควรศึกษาถึงสภาวะการตลาดเพื่อกระบวนการทำความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจของเรา ควรศึกษาเรียนรู้ว่ากาตลาดเบเกอรี่ในช่วงนั้นๆเป็นอย่างไร มีกลุ่มคู่แข่งจำนวนราวๆกี่ราย รวมทั้งแต่ละรายมีจุดเด่นข้อเสียอะไรบ้าง แล้วก็พวกเราต้องหาคุณลักษณะเด่นของพวกเรา และก็ปรับยุทธวิธีเพื่อให้สู้กับคู่ปรับให้ได้ การ มองหา ร้านรวงสำหรับฝากขายมีความจำเป็นมากสำหรับในการที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของเราก้าวไปด้านหน้าหรือจะถอยหลัง ร้านที่เห็นควรสนใจคือร้านที่อยู่ในย่านชุมชน มีทำเลดี มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าไว้พร้อม มีการเคลื่อนไหวของปริมาณลูกค้าแล้วก็หมุนเวียนสินค้าตลอดวัน รวมทั้งทางร้านมีแนวโน้มที่จะช่วยเสนอผลิตภัณฑ์ของพวกเรา เพื่อไม่ให้สินค้าของเราถูกกักไว้เพื่อรอส่งกลับคืนสิ่งเดียว
-หาแหล่งวัตถุดิบที่เหมาะสมเรื่องราคารวมทั้งประสิทธิภาพ
การซื้อวัตถุดิบสำหรับเฉพาะวิธีการทำเบเกอรี่ ย่อมทำให้ได้วัตถุดิบที่มีราคาถูกกว่าซื้อตามห้างทั่วๆไป และยังคงได้วัสดุอุปกรณ์สำหรับในการทำเบเกอรี่อย่างครบถ้วน
ลักษณะของธุรกิจร้านเบเกอรี่ อาชีพอิสระ รายได้ดี
-รับขนมจากที่อื่นมาขาย
Bakery ยี่ห้อ HOME ของมหาวิทยาลัยราชภัฎ สวนดุสิต เป็นตัวอย่างสุด Classic ของ ร้านขนมปัง ลักษณะนี้ เราจะมองเห็นคนนำของหวานยี่ห้อ HOME มาเดินขายตามที่ต่างๆหรือจัดโต๊ะขายก็ตาม ลักษณะนี้เป็นต้นแบบที่เริ่มต้นง่าย เพียงแค่ไปรับขนม และก็เอามาตั้งขาย ไม่ต้องจมทุนไปกับการซื้อเครื่องอบของหวาน ไม่ต้องเปลืองแรงทำ รวมทั้งขนมที่ขายอร่อยแน่ๆ
- ทำขนมขายเอง
ถ้าคุณมีเงินทุนเยอะขึ้นเรื่อยๆมาหน่อย แล้วก็เคยไปเรียนทำ Bakery มา หรือมั่นใจในความสามารถ ธุรกิจร้านขนมปังจำพวกนี้ จะทำเงินได้มากกว่า ด้วยเหตุว่าเราไม่ต้องไปรับของหวาน มาจากที่อื่น ซึ่งมีต้นทุนที่ซื้อมา แพงกว่าของหวานที่เราทำเองอย่างไม่ต้องสงสัย แม้กระนั้นก็ต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่า เงินลงทุนที่ลงเพิ่มไป จะคุ้มกับรายได้ที่ได้มากขึ้นมาหรือเปล่า
- ร้านเบเกอรี่พร้อมที่นั่ง แบบเต็มต้นแบบ
ถ้าหากไม่ต้องการขายแค่ Bakery อย่างเดียว รวมทั้งมีความคิดว่าของหวานที่ทำขึ้นมา มีดีกว่าเพียงแค่จะเป็นร้านทั่วๆไป ก็เปิดร้านเบเกอรี่พร้อมที่นั่ง แบบเต็มแบบอย่างได้เลย เพราะว่าราคาขนมจะขายได้แพงกว่า 2 แบบแรก โดยมีเป้าหมาย ให้เป็นจุดสำหรับนัดพบ สำหรับมาทานขนม นั่งคุยกัน หรือนั่งอ่านหนังสือ ซึ่งกับ Lifestyle ของคนรุ่นหลังด้วย
 
สูตรคัพเค้ก
คัพเค้กสตรอว์เบอร์รี
สำหรับคนอยู่หอ หรือมนุษย์คอนโดที่ไม่มีเตาอบแต่อยากทำคัพเค้กสำหรับปาร์ตี้ปีใหม่ ขอแนะนำคัพเค้กสตรอว์เบอร์รี ทำง่าย ๆ ด้วยไมโครเวฟ จุดเด่นคือ ใส่เนื้อสตรอว์เบอร์รีลงไปในเนื้อเค้กด้วย และยังตกแต่งด้วยวิปปิ้งครีมและสตรอว์เบอร์รีสดอีก ลองทำดูนะคะ ฟินจริง ๆ
ส่วนผสม คัพเค้กสตรอว์เบอร์รี
- แป้งเค้ก 200 กรัม
 - แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
 - เกลือป่น
 - ผงฟู 1/2 ช้อนชา
 - ผงวานิลลา 1/2 ช้อนชา
 - เนยเค็ม 250 กรัม
 - น้ำตาลทราย 250 กรัม
 - ไข่ไก่ 5 ฟอง
 - นมข้นจืด 50 มิลลิลิตร
 - กลิ่นสตรอว์เบอร์รี 1 ช้อนชา
 - สีผสมอาหารสีแดงสตรอว์เบอร์รี 1 ช้อนชา
 - สตรอว์เบอร์รีในน้ำเชื่อม หรือสตรอว์เบอร์รีสด
 - วิปปิ้งครีม (สำหรับแต่ง)
 - สตรอว์เบอร์รีสดฝานบาง (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำคัพเค้กสตรอว์เบอร์รี
1. ร่อนแป้งเค้กกับแป้งข้าวโพด เกลือป่น ผงฟู และผงวานิลลาเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
 2. ตีผสมเนยเค็มกับน้ำตาลทรายด้วยตะกร้อมือจนจนขึ้นฟู ค่อย ๆ เติมไข่ไก่ลงไปตีผสมจนเข้ากัน เติมส่วนผสมแป้ง นมข้นจืด กลิ่นสตรอว์เบอร์รี และสีผสมอาหารสีแดงสตรอว์เบอร์รี ตีผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ใส่สตรอว์เบอร์รีในน้ำเชื่อมลงไป ใช้พายยางคนผสมจนเข้ากัน
 3. ตักส่วนผสมคัพเค้กใส่พิมพ์ นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟแรงประมาณ 170 องศาเซลเซียส เวลา 5-10 นาที หรือจนเค้กสุก นำออกจากไมโครเวฟ พักไว้จนเย็นสนิท แต่งหน้าให้สวยงามด้วยวิปปิ้งครีม และสตรอว์เบอร์รีสด พร้อมเสิร์ฟ


เค้กช็อกโกแลตบอลกราโนล่า
ถ้าเบื่อกราโนล่าแช่นมก็จับมาทำเมนูเค้กช็อกโกแลตบอลกราโนล่า สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1860279 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่แป้งข้าวโอ๊ตกับกล้วยหอม เติมกราโนล่าลงไปหน่อย ปั้นเป็นก้อนกลมสวยงาม
ส่วนผสม เค้กบอลไส้กราโนล่า
• แป้งข้าวโอ๊ต 4 ช้อนโต๊ะ
 • กล้วยหอม 1 ลูก
 • ไข่ไก่ 1 ฟอง
 • ไข่ขาว 1 ฟอง
 • กลิ่นวานิลลา
 • ผงโกโก้ 1 ช้อนชา
 • กราโนล่า
วิธีทำเค้กบอลไส้กราโนล่า
1. ตีแป้งข้าวโอ๊ต กล้วย ไข่ไก่ ไข่ขาว และวานิลลาเข้าด้วยกัน
 2. ปั่นเสร็จแบ่ง 2 ส่วน ส่วนแรกปล่อยไว้ อีกส่วนใส่ผงโกโก้ เทแต่ละสีลงกระทะทำทาโกะยากิ สักพักใส่กราโนล่าไว้ตรงกลาง แล้วก็พลิกไปมาเหมือนทำทาโกะยากิ ตกแต่งตามชอบ

 
 
ภูมิหลังของของหวานสีสันสดใส มาการูนหรือมาการอง (Macaroon)
มาการูน หรือ มาการอง (Macaroon) อาหารหวานรูปวงกลมสัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งมีสีสันแจ่มใส ใส่ไส้ตรงกลาง เชิญให้น่ารับประทาน กำลังเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามรวมทั้งประสบพบเห็นกันได้เยอะมากตามห้าง ร้านเบเกอรี่ หรือในโฮเต็ลประเทศไทยในขณะนี้
 ใครกันแน่จะรู้บ้างว่าแหล่งกำเนิดที่จริงจริงของของหวานทรงกลมสีสันผ่องใสที่น่ากินนี้เป็นขนมที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี มาจากคำว่า "Maccaone หรือ Maccherone" ในภาษาอิตาลี มาการองหรือมาการูน เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1553 โดยเชฟหญิงชาวอิตาลีที่มีนามว่า Catherine de Medicis ในงานแต่งงานของคุณกับ Duc d'Orleans หรือกษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 ของประเทศฝรั่งเศส ในอีก 21 ปีต่อมานั่นเอง
มาการองหรือมาการูน เริ่มต้นเป็นของหวานที่ทำขึ้นมากล้วยๆจากอัลมอนต์ น้ำตาลและก็ไข่ขาวเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่แพงไม่แพงแล้วก็มีคุณค่าทางของกิน มีการบันทึกไว้ว่าหลานสาวของ Catherine de Medicis และชาวประเทศฝรั่งเศสใช้รับประทานเพื่อประทังชีวิตในยุคสินค้าต่างๆมีราคาแพง
จนตราบเท่าตอนต้นศตวรรษที่ 20 หน้าตาของ มาการองหรือมาการูน ก็แปรไปเป็นของหวานที่มีสีสันฉูดฉาด และเอามาการูนสองแผ่นมาเกาะติดกันโดยมีไส้ "chocolate panache (ช็อกโกแล็ตผสมครีม)" โดย Pierre Desfontaines หลายชายของ Louis Ernest Laduree (Laduree pastry and Salon de the,rue Royale) ร้านเบเกอรี่มีชื่อเสียงในฝรั่งเศส
วิธีการทำมาการองคร่าวๆคือ การผสมไข่ขาว น้ำตาล แล้วก็อัลมอนด์ล้วนๆบดละเอียดจนเป็นผุยผงเหมือนแป้ง เรียกส่วนผสมนี้ว่า เมอแรงก์ (meringue) ตักเมอแรงก์ใส่กรวยแล้วบีบลงบนถาดอบเป็นชิ้นกลมๆขนาดเล็ก รวมทั้งถูกตากทิ้งไว้สักพักและหลังจากนั้นก็ค่อยนำเข้าเตาอบ ออกมาเป็นฝามาการอง (Shell) แล้วทำไส้สอดไว้ตรงกลาง
 กระบวนการทำมาการองต้นตำรับ ไม่เหมือนกันตั้งแต่แนวทางจัดแจงเมอแรงก์แบบที่นิยมทำกันในปัจจุบัน กระบวนการทำมาการองแบบต้นตำรับนั้นจะต้องใช้แนวทางเตรียมเมอแรงก์แบบ "เฟรนช์ เมอแรงก์ (French Meringue)" เป็นการตีไข่ขาวกับน้ำตาลแบบไม่ต้องต้ม ใช้มือเบาๆตีไปเรื่อยๆซึ่งเป็นแนวทางเริ่มแรกที่คนฝรั่งเศสทำมาเมื่อร้อยปีให้หลัง ร้านมาการองที่มีชื่อเสียงในตอนนี้ของฝรั่งเศสก็ยังใช้แนวทางเริ่มแรกนี้อยู่ แต่ว่าเดี๋ยวนี้คนจำนวนมากไม่มีผู้ใดทำแล้ว เพราะแนวทางการทำยุ่งยากกว่าวิธีต้มน้ำตาลด้วยความร้อนซึ่งจะก่อให้ผิวของมาการองแตกต่าง แล้วก็แบบเริ่มแรกจำต้องใช้เวลาตากที่อุณหภูมิห้องขั้นต่ำ 3 ชั่วโมงถึงจะนำเข้าอบได้ ขณะที่แนวทางต้มน้ำตาล ทิ้งไว้เพียงแต่ 15 นาที ก็นำเข้าเตาอบได้เลย
มาการองสมัยนี้นิยมต้มน้ำตาลทรายที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่อรวมกับไข่ขาวจะมีความแน่นรวมทั้งคงตัวช่วยไม่ให้ผิวหน้ามาการองแตกจากการอบ ผิวเรียบสวย แม้กระนั้นไม่มีความนิ่มเท่ากับแนวทางตีน้ำตาลทราย ไข่ขาวและก็ผงอัลมอนด์ให้ขึ้นฟูเบาๆซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ
กระบวนการทำมาการองเจ้าตำรับแบบ เฟรนช์ เมอแรงก์ ทำให้จับตัวได้ฝามาการอง (Shell) ซึ่งผิวสัมผัสด้านนอกจะกรอบบางๆกัดนิดหนึ่งจะพบความนุ่มของเนื้อเชลล์แทบละลายในปากผสมกันจนกลมกลืไปกับรสชาติของไส้
คุณสมบัติเฉพาะของมาการองอีกจุดหมายถึง"ชายลูกไม้ประเทศฝรั่งเศส (skirt)" คือส่วนที่เป็นรอยหยักๆบริเวณรอบๆขอบเชลล์ ซึ่งมีสาเหตุมาจากส่วนผสมและการอบที่สมควร ถ้าเกิดอบแล้วไม่มีสเกิร์ตเกิดขึ้น ตัวเชลล์จะแปลงเป็นขนมผิงที่กรอบทั้งชิ้น
|
ขมป้งบ้านครูแอน อร่อย การันตี เรียนแล้วทำเป็น ชัวร์
|
อยากทำขนมเค้กเป็น อยากทำขนมอร่อยๆ เรียนกับครูแอนเลย
|
ทำขนมเค้กกินเอง ขนมปัง เบเกอรี่ บ้านครูแอน สอนเป็นกันเอง เรียนจบต้องทำเป็นให้จงได้
}
คอร์สแต่งหน้าเค้ก ไส้ขนมปัง เปิดร้านเบเกอรี่ (สอนส่วนตัว) อร่อยเหาะ

เครดิต : http://www.annann201.com/

Tags : สอนทำขนมปัง, สอนทำเบเกอรี่,อาหารญี่ปุ่น



 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31