Vartika Adventure Vartika Kuiburi
   

ผู้เขียน หัวข้อ: สิ่งที่ทาสแมวควรรู้กลยุทธ์บนฉลากอาหารหมา อาหารแมว  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

siritidaphon

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 92
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
หลากหลายยี่ห่ออาหารน้องแมวเลยนะค่ะ ก่อนอื่นขออนุญาติแบ่งเป็นเกรดก่อนค่ะ
1 ) เกรด Commercial เป็นอาหารทั่วๆไป ใช้ของเหลือจากการผลิตอาหารคนมาทำเป็นอาหารสัตว์ ได้แก่พวกที่มีขายตาม supermarket ต่างๆเช่นยี่ห้อ “Tesco”,

2) เกรด Premium เกรดพรีเมียมจะราคาแพงกว่าเกรด commercial เพราะจะใช้วัตถุดิบดีขึ้นมาจากธรรมดา อาจจะใช้ By product บ้าง แต่หลักๆแล้ว แหล่งโปรตีน ควรจะมาจาก เนื้อสัตว์เป็นหลักแต่อาหารกลุ่มนี้จะต้องมี การ Guarantee ถึงปริมาณสารอาหารที่อยู่ในถุง และมีส่วนผสมครบถ้วนตามที่อ้างอิงไว้ทุกประการ มีการบอกอายุสินค้า (วันหมดอายุนั่นเองค่ะ)

3) เกรด Holistic อาหารเกรดนี้คือการใช้เนื้อสัตว์เป็นหลัก และเนื้อสัตว์ที่ใช้จะไม่ใช่วัตถุดิบเหลือจากการผลิต (By product) เช่น เนื้อไก่ก็เนื้อชิ้นๆ มาทำให้แห้งแล้วปรุง ไม่มีส่วนผสมของ หงอนไก่ ตูดไก่ กระดูกไก่ เครื่องในไก่ โดยการการันตี จะลึกกว่า ไม่วิเคราะห์แล้วโปรตีน มันหยาบไป นี่เลย เราเน้นที่ “กรดอะมิโน” ที่ร่างกายสัตว์จะได้จากการย่อยโปรตีน ว่าอาหารของเราเน้นแน่นอนว่าย่อยแล้วได้กรดอะมิโนที่สำคัญครบถ้วน มีการเติมสารอาหารที่เหมาะสม เช่นกลุ่ม DHT หรือโอเมก้า กรุ๊ปทั้งหลายทั้งปวง เติม prebiotic, probiotic ตามแต่บริษัทท่านจะสรรหามาให้ลูกค้าเลือกซื้อกันค่ะ

สิ่งต่อไปที่คุณควรรู้ก่อนจะอ่านฉลาก

อาหารสัตว์ในบ้านเรา มีทั้งผลิตในประเทศ และผลิตนอกประเทศ (นำเข้ามานั่นเอง) แต่สิ่งที่ต่างกันคือ อาหารสัตว์ที่นำเข้ามา จะมีการตรวจสอบโดย Association of American Feed Control Officials หรือ AAFCO ว่าอาหารสัตว์ยี่ห้อนั้นๆ มีรายละเอียดในถุง ตรงกับที่บ่งชี้ไว้ในฉลากอาหารหรือไม่ นัยว่าตรวจมาตั้งแต่อเมริกา ขึ้นเรือข้ามน้ำข้ามทะเลมาขาย แต่ของไทย ก็เหมือนจะมีการตรวจสอบเหมือนกัน โดยห้องวิจัยของแต่ละบริษัทตามลักษณะ QC นั่น แต่อย่านึกว่าอาหารผลิตในไทยจะไม่ดีไปซะหมด เท่าที่เคยใช้มาหลายยี่ห้อที่ผลิตในเมืองไทยถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่คุณภาพเหมาะสมกับราคาทีเดียว

ว่ากันต่อด้วยกลยุทธ์บนฉลากอาหารหมา อาหารแมว

ปกติในเว็บบอร์ดพวกสัตว์เลี้ยง เราจะเจอกระทู้ประมาณว่า “อาหารยี่ห้อไหนดีสำหรับน้องหมา น้องเหมียว” อยู่บ่อยๆ ปกติแล้วผู้บริโภคจะมีการซื้อสองแบบหลักๆ คือ

ถามเพื่อนหรือคนรู้จักเอาว่าอาหารยี่ห้อไหนดี แล้วก็เดินไปซื้อตามที่เพื่อนแนะนำมา ซึ่งจริงๆก็เป็นการเลือกที่ถูกต้องวิธีนึง แต่ก็อาจจะไม่ได้ดีไปทั้งหมด และอาจจะไม่ดีกับกระเป๋าของตัวเอง แต่บางครั้ง หลายยี่ห้อที่เพื่อนว่ามา เพื่อนเราก็จ่ายแพงเพื่อซื้อของคุณภาพ ธรรมดาเช่นกัน(ง่ายๆ ก็คือตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน) ดังนั้น ถ้าเกิดว่า ใครถามเพื่อนเอา ข้าม topic นี้ไปเลย เพราะ เราจะเน้นการอ่านฉลากและพิจารณาเอง

ฉลาก: ส่วนประกอบ

เวลาจะซื้ออาหารน้องหมา น้องเหมียว กวาดตาดูยี่ห้อแล้ว ไล่ดูฉลาก สิ่งที่พิจารณา จะมีอยู่ 2ส่วนใหญ่ๆ คือ

1) ส่วนที่เรียกว่า Guarantee analysis

2) ส่วนผสมที่อาหารสัตว์ใช้ (ingredient)

สองส่วนนี้ต้องดูประกอบกันเสมอ โดย guarantee analysis ก็คือปริมาณของ %protein, %fat, %fiber, %carbohydrate ของอาหารสัตว์ทั้งหมดนั่นเอง โดยปกติแล้ว อาหารเม็ดควรจะมี ความชื้นหรือ % moisture ต่ำกว่า 10 % ไม่อย่างนั้นมันจะขึ้นราได้ง่ายมาก

Ingredients หรือส่วนผสมในอาหาร จะต้องบรรจุส่วนผสมในอาหารเม็ดนั้น โดยการเขียนจะต้องเขียนโดยอิงตามน้ำหนักของส่วนประกอบที่มีมากที่สุดไปยังน้อยที่สุด

1.) ส่วนผสม (ingredient) ส่วนผสมหลักๆ จะเป็น 4 ตัวแรกเสมอค่ะ อย่างที่ยกตัวอย่างไปให้ดูตามภาพจะเห็นเลยว่า อันแรกคือ “ผลพลอยได้จากสัตว์ปีก” , ข้าว , โปรตีนสกัดจากพืช , ไขมันสัตว์(สัตว์ปีก,สุกร) ,ข้าวโพด และ อื่นๆ ส่วนประกอบที่น่าสนใจคือ น้ำมันปลา , ทอรีน , ลูทีน และ แอลคาร์นิทิน ส่วนผสมที่ไม่น่าพึงพอใจก็คือ สารถนอมคุณภาพอาหารสัตว์นั่นเองค้า

2.)เรามาดูกันต่อในส่วนของ คุณภาพของอาหารสัตว์ทางเคมี (Guarantee analysis)

โปรตีน 34%
ไขมัน > 16%
กาก 3,5%


สิ่งที่ทาสแมวควรรู้กลยุทธ์บนฉลากอาหารหมา อาหารแมว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/อาหารแมว/



 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31