Vartika Adventure Vartika Kuiburi
   

ผู้เขียน หัวข้อ: มะนาว มีสรรพคุณเเละประโยชน์ดีๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รู้  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

nainai1199o

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 51
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด

มะนาว
ชื่อสมุนไพร มะนาว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อเขตแดน ส้มมะนาว (ภาคกลาง),ส้มทุ่งนาว (ภาคใต้) ,สีมานีปีห์ (มลายู) ,หมากฟ้า (ไทยใหญ่) , โกรยชะม้า (เขมร) , มะเน้าเลย์ , มะนอเกละ , ปะนอเกล (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) , ปะโหน่ละโมบลยาน (กะเหรี่ยง จังหวัดกาญจนบุรี)
ชื่อสามัญ  Common lime, Lime , Sour lime
ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus aurantifolia (Christm. et Panz.) Swing.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Limonia aurantifolia Christm. & Panzer.
สกุล  Rutaceae
บ้านเกิดเมืองนอน เช้าใจกันว่ามะนาวเป็นพืชพื้นบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพราะเหตุว่าผู้ที่อยู่ในภูมิภาคนี้ รู้จักการใช้ประโยชน์จากมะนาวกันอย่างดีเยี่ยมมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทย แม้กระนั้นมีการศึกษาค้นพบอีกชิ้นหนึ่งที่มั่นใจว่ามะนาวมีบ่อเกิดในอินเดียตอนเหนือ รวมทั้งเขตเชื่อมต่อกับพม่า รวมถึงทางทางเหนือของมาเลเซีย (แม้กระนั้นน่าแปลกที่ไม่เจอมะนาวในป่าของไทย) ตอนนี้มีการปลูกมะนาวทั่วไปในเขตร้อน และก็เขตอบอุ่นกึ่งร้อนทั่วทั้งโลกเนื่องจากว่ามะนาวสามารถขึ้นได้ในที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ แล้วก็ทนต่อดินเนื้อละเอียดได้ดีมากยิ่งกว่าส้ม
ลักษณะทั่วไป มะนาวเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดเล็กมีลักษณะเป็นพุ่มไม้มีความสูงเฉลี่ย 2-5 เมตร ลำต้นมีลักษณะโค้งงอไม่ค่อยแข็งแรง เปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาลผสมเทา กิ่งอ่อนของมะนาวมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่ สีจะเข้มขึ้นจนถึงเป็นสีน้ำตาลส่วนกิ่งที่แก่มากจะเป็นสีเทา การออกของกิ่งไม้ไม่ค่อยเรียบร้อย บนลำต้นแล้วก็กิ่งก้านจะมีหนาม หนามมีลักษณะแหลมมีทั้งหนามสั้นรวมทั้งหนามยาวมีสีเขียวเข้มและสีเขียวอมเหลือง ส่วนบริเวณปลายหนามีสีน้ำตาล เมื่อแก่ขึ้นหนามจะแห้งตามไป
                ใบของมะนาวมีลักษณะเป็นใบโดดเดี่ยว เป็นมีแผ่นใบอันเดียว ใบมีขนาดเล็กกว้างโดยประมาณ 3-6 เซนติเมตร ยาวราว 6-12 ซม.รูปร่างเป็นแบบรีหรือทรงไข่ ฐานใบมีลักษณะกลม ปลายใบมีรูปแหลม ป้าน ขอบใบเป็นคลื่น หรือเป็นหยักละเอียด ก้านใบสั้นรวมทั้งมีปีกใบแคบหรืออาจไม่มีปีกใบก็ได้ ดังนี้ขึ้นกับประเภทมะนาว ใบอ่อนมีสีเขียวจางแทบเป็นสีขาว ใบแก่มีสีเขียวเข้ม ผิวใบด้านบนละเอียดวาวส่วนผิวใบข้างล่างออกจะหยาบและก็มีสีจางกว่า เมื่อกระทำขยี้ใบจะมีกลิ่นฉุน
                ดอกมะนาวบางทีอาจกำเนิดเป็นดอกโดดเดี่ยวหรือช่อก็ได้ มีทั้งๆที่เป็นดอกบริบูรณ์และไม่บริบูรณ์ ดอกจะออกรอบๆซอกใบและก็ปลายกิ่ง ดอกมะนาวมีขนาดเล็ก ดอกที่ตูมจะมีขนาดความยาว 1-2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงมีสีเขียวเป็นรูปถ้วยมี 4-6 หยัก ส่วนกลีบมีสีขาว และก็ด้านท้องกลีบดอกอาจมีสีม่วงอมแดงเจืออยู่ด้วย กลีบดอกไม้มีลักษณะเป็นรูปถ้วย มีปริมาณ 4-5 อัน จำนวนกลีบในแล้วก็กลีบนอกมีจำนวนเท่าๆกัน แต่ละกลีบมีขนาด 0.8-1.2 เซนติเมตร ดอกมะนาวมีเกสรตัวผู้มากถึง 20-40 อัน เชื่อมติดกันเป็นกลุ่ม กรุ๊ปละ 4-8 อัน เกสรตัวเมียมีรังไข่รูปร่างเป็นทรงกระบอก ใน 1 ดอก จะมีรังไข่ราวๆ 9-12 อัน
                ผลมะนาวมีรูปร่างต่างๆนาๆตามประเภทของจำพวก มีอีกทั้งรูปร่างยาวรี รูปไข่ รวมทั้งรูปร่างกลม ที่ตูดผลมีลักษณะเป็นจุกหรือปุ่มเล็กๆผลโดยทั่วไปมีขนาดความยาว 3-12 เซนติเมตร เปลือกมักษณะขรุขระ แล้วก็มีต่อมน้ำมันเปลือกผิว ผิวเปลือกเมื่อแหลม ใส่อยู่เยอะๆ เนื้อมะนาวมีสีเหลืองอ่อน มีรสเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมเมล็ด ขนาดเล็กคล้ายรูปไข่ ด้านปลายหัวจะแหลม ด้านในเมล็ดมีเยื่อสีขาว
การขยายพันธุ์  มะนาวเป็นพืชซึ่งสามารถปลูกเจริญในดินเกือบทุกจำพวก ไม่ว่าจะเป็น ดินเหนียว ดินปนทราย แต่ถ้าต้องการจะปลูกมะนาว ให้เจริญงอกงามดี มี ผลดก และคุณภาพดี ก็ควรปลูกภายในพื้นที่ที่เป็นดินที่ร่วนซุย มีการระบาย น้ำดี มีอินทรียวัตถุผสม อยู่มาก รวมทั้งควรเลือกพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
ส่วนการขยายพันธุ์มะนาวนั้นสามารถทำได้หลายวิธี อย่างเช่น การทำหมันกิ่ง การทาบกิ่ง และก็การติดตา แต่ว่าวิธีที่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับในการเพาะพันธุ์มะนาวเยอะที่สุดคือ การทำหมันกิ่ง โดยมีวิธีดังต่อไปนี้

  • เลือกกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไปและไม่เป็นโรคหรือมีแมลงกัดกิน ยาวโดยประมาณ 30-50 ซม. และมีเส้นผ่าศูนย์กลางโดยประมาณ 0.5 ซม.ขึ้นไป
  • ตัดหนามแล้วก็ใบในบริเวณที่จะควั่นกิ่งออกประมาณ 5 ซม.
  • ควั่นกิ่งออกเป็น 2 รอยให้ลึกถึงแก่นไม้ห่างกัน 1-2 เซนติเมตร
  • ขูดเยื่อรุ่งโรจน์ออกให้หมด
  • หุ้มห่อด้วยขุยมะพร้าวที่มีความชุ่มชื้นหรือใช้ตุ้มตอนสำเร็จ มัดเปาะหัวท้ายให้แน่น แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 30-45 วัน เมื่อรากออกมาแล้วใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดเพื่อนำไปแช่น้ำจนอิ่มตัว
  • นำไปชำต่อในถุงสีดำขนาด 5x8 นิ้ว ที่ผสมดิน 1 ส่วน แกลบ 1 ส่วน แล้วก็เมื่อกิ่งที่ชำเดินรากได้ดิบได้ดีในถุงสีดำรวมทั้งแข็งแรงแล้วจึงนำไปปลูกต่อไป
การเตรียมพื้นที่ปลูก

  • พื้นที่ลุ่ม จัดเตรียมพื้นที่โดยการทำคันดินให้มีความกว้างโดยประมาณ 6-8 เมตร ส่วนสูงให้สังเกตจากปริมาณน้ำที่เคยท่วมสูงโดยให้อยู่สูงยิ่งกว่า แนวระดับน้ำหลาก 50 ซม. แทงร่องหรือซอกซอยร่องทำคะแนนน้ำเพื่อ ระบายน้ำเข้าออก ขนาดร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร พื้นที่ร่องกว้าง 0.5-0.7 เมตร ใช้ระยะปลูก 5X5 เมตร
  • พื้นที่ดอน ควรไถลูกพรวนเพื่อกำจัดวัชพืช และทำให้ดินร่วนซุย ใช้ระยะปลูก 4 x 4 – 6 x 6 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน
กรรมวิธีปลูก
ควรจะปลูกในช่วงต้นหน้าฝน ควรขุดหลุมปลูก ให้มีขนาดกว้างและก็ลึกราวๆ 50 เซนติเมตร ผสมดิน ปุ๋ยคอก และก็ปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกัน ในหลุมให้ สูงราว 2 ใน 3 ของหลุม ยกถุงกล้า ต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงยิ่งกว่า ระดับดินปากหลุมบางส่วน ใช้มีดที่คม กรีดถุง จากก้นถุงขึ้นมาถึงปากถุงทั้งยัง 2 ด้าน (ช้ายแล้วก็ขวา) ดึงถุงก๊อบแก๊บออก โดยระวังไม่ให้ดินแตก กลบดินที่เหลือลงในหลุม กดดินรอบๆโคนต้นให้แน่น ปักไม้หลักและก็ผูกเชือกยึด เพื่อปกป้องลมพัดโยก หาวัสดุหุ้มดินบริเวณโคนต้น ได้แก่ ฟางข้าว หญ้าแห้ง รดน้ำให้โชก ทำร่มเงา เพื่อช่วยซ่อนแสงแดด
การปฏิบัติดูแล การให้น้ำ ควรจะมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอน ที่ปลูกใหม่ๆควรจะให้น้ำวันละครั้งเป็นอย่างต่ำ (กรณีฝนไม่ตก) หลังจากปลูกราวๆ 15 วัน มะนาวสามารถตั้งตัวได้แล้ว ให้น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง รวมทั้งควรจะหา สิ่งของมาคลุมดินรอบๆโคนต้น เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้น                ควรเริ่มงดให้น้ำ ตั้งแต่ตอนมี.ค. เป็นต้นไป จนกระทั่งช่วงมีดอก เพื่อมะนาวสะสม อาหารให้สูงถึงระดับที่สามารถสร้างตาดอกได้ ปกติมะนาวจะมีดอก เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม หลังจากมะนาวมีดอก แล้วก็กำลังติดผลอ่อน เป็นช่วงที่มะนาวอยากได้น้ำมากมาย เพื่อใช้สำหรับการเติบโต ของผล

     ส่วนจำพวกมะนาวที่มีการปลูกกันมากมายในไทย ดังเช่น

  • มะนาวไข่ ผลกลม หัวด้านหลังยาวเหมือนมะนาวหนัง เมื่อโตเต็มที่ผลมีลักษณะกลมมน เปลือกบางผลโต กว่ามะนาวหนัง
  • มะนาวแป้น ผลใหญ่ ค่อนข้างจะกลมแป้น เปลือกบาง มีน้ำมากมาย นิยมใช้บริโภคมากกว่าชนิดอื่นๆเชิงการค้าจะปลูกมะนาวจำพวกแป้นดกพิเศษ สามารถบังคับให้ออกหน้าแล้งได้ง่าย
  • มะนาวหนัง ผลอ่อนกลมยาวหัวท้ายแหลม เมื่อโตสุดกำลังผลจะมีลักษณะกลมค่อนข้างยาว มีเปลือกหนา ทำให้เก็บรักษาผลได้นาน


องค์ประกอบทางเคมี น้ำจากผลมีกรด citric acid, malic acid, ascorbic acid,  ผิวมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่มาจากผู้กระทำลั่นผิวผล จำนวนร้อยละ 0.3-0.4 ประกอบด้วยสารต่างๆอาทิเช่น  d-limonene (42-64%), alpha-berpineol (6.81%), bergamotene ผสมกับ terpinen-4-ol (3%),  alpha-pinene          citric acid       
(1.69%), geraniol (0.31%), linalool,  terpineol, camphene, bergapten (furanocoumarin)    ใบมะนาวเมื่อเอามาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการ    camphene
ต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยจำนวนร้อยละ 0.27  ส่วนประกอบทางเคมีของน้ำมันมีสารต่างๆเป็นต้นว่า  6-methyl-5-hepten-2-one (3.19), limonene (44.82), neral (4.95), geranial (7.66) , geranyl acetate (8.98), caryophyllene oxide (2.31) ส่วนข้อมูลทางโภชนาการของมะนาวมีดังนี้

  • พลังงาน 30 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 10.5 กรัม
  • น้ำตาล 1.7 กรัม
  • เส้นใย 2.8 กรัม terpineol
  • ไขมัน 0.2 กรัม
  • โปรตีน 0.7 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.03 มก.
  • วิตามินบี 2 0.02 มก.
  • วิตามินบี 3 0.2 มก.
  • วิตามินบี 5 0.217 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.046 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 9 8 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 29.1 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 33 มก.
  • เหล็ก 0.6 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 6 มก.
  • ฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 102 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 2 มิลลิกรัม ที่มา : Wikipedia
คุณประโยชน์/คุณประโยชน์
น้ำมะนาวมีคุณค่าสำหรับเพื่อการเป็นสารให้ความเปรี้ยว ผิวมะนาวมีกลิ่นหอมหวนจากน้ำมันหอมระเหย มะนาวเป็นเครื่องปรุงรสของกินไทยที่ขาดเสียไม่ได้ เป็นส่วนประกอบรสเปรี้ยวหลักของน้ำพริก ส้มตำ ยำทุกประเภท ลาบรวมทั้งของกินไทยอีกอีกมากมาย เมืองนอกใช้มะนาวในอาหารคาวหวาน อย่างเช่น ในพายมะนาวของรัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา
น้ำมะนาวเว้นแต่ใช้แต่งรสเปรี้ยวในของกินหลาย ประเภทแล้ว ยังประยุกต์ใช้เป็นเครื่องดื่ม ผสมเกลือ และก็น้ำตาล เป็นน้ำมะนาว ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั้งในประเทศไทย และก็ต่างแดนทั่วโลก ยิ่งกว่านั้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางประเภทยังนิยมฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆเสียบไว้กับขอบแก้ว เพื่อใช้แต่งรส
โดยด้านในผลมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยถึงปริมาณร้อยละ 7 น้ำมะนาวจึงเป็นประโยชน์สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบน้ำยาที่ใช้ในการทำความสะอาด เครื่องหอม การบำบัดด้วยกลิ่น (aromatherapy) หรือน้ำยาที่เอาไว้ล้างจาน
นอกจากนั้นยังมีการใช้ประโยชน์จากมะนาวด้านอื่นๆอีกยกตัวอย่างเช่น หุงข้าวให้ขาวและอร่อยขึ้น ด้วยการใช้น้ำมะนาวประมาณ 2-3 ช้อนนำไปซาวข้าว  ทอดไข่ให้ฟูและก็นุ่ม มะนาว 4-5 หยดจะช่วยได้  มะนาวช่วยลดกลิ่นคาวจากปลาเมื่อทำครัวและก็ทำให้ปลาคงจะรูปไม่เละ เมื่อใช้มีดผ่าปลีกล้วย มีดจะมีสีม่วงหมู่ ล้างออกตรากตรำ นำมาที่นาวที่ผ่าแล้วมาถูตามใบมีด จะช่วยทำให้มีดสะอาดเหมือนเดิม  การเชื่อมกล้วยหักมุกให้น่ากิน เมื่อน้ำตาลเดือดเป็นยางมะตูมแล้ว ให้บีบมะนาวครึ่งซีกลงไป จะช่วยทำให้กล้วยใส น่ากินเยอะขึ้นเรื่อยๆ  มะนาว 2-3 ลูกใส่เอาไว้ภายในถังข้าวสารช่วยปกป้องมอดได้  ส่วนการเปลี่ยนแปลงรูปมะนาว มะนาวแปรรูปได้ อย่างเช่น น้ำมะนาวปรุงอาหาร มะนาวแช่อิ่มตากแห้ง น้ำมะนาวเข้มข้น มะนาว ผง เครื่องดื่มผสมน้ำมะนาว แยมมะนาว เยลลีมะนาว แยมเปลือกมะนาว แยมนะนาวดอง มะนาวดองเค็ม มะนาวหวาน กิมจ้อมะนาว เปลือกของมะนาวสามรส เปลือกของมะนาวเส้นปรุงรส เปลือกของมะนาวเชื่อม เปลือกของมะนาวแช่อิ่ม มาร์มาเลดมะนาว ฯลฯ
ส่วนคุณประโยชน์ทางยานั้นระบุว่า ตำรายาไทยผิวมะนาวจัดอยู่ใน “เปลือกส้ม 8 ประการ” มี ผิวส้มเขียวหวาน ผิวส้มจีน ผิวส้มซ่า ผิวส้มโอ ผิวส้มจังหวัดตรังกานู ผิวมะงั่ว ผิวมะกรูด และผิวมะนาว (หรือผิวส้มโอมือ) มีสรรพคุณแก้ลมกองละเอียด กองหยาบ แก้เสลดโลหะ ใช้ปรุงยาหอม แก้ทางลม
           นอกเหนือจากนั้นบัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์วิชาความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ปรากฏการใช้ผิวมะนาว ในยารักษาอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม) ปรากฏตำรับ”ยาหอมเทพจิตร” มีส่วนประกอบของผิวมะนาว อยู่ใน ”เปลือกส้ม 8 ประการ” ร่วมกับสมุนไพรประเภทอื่นๆในตำรับ มีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการแก้ลมตาลาย แก้อาการหน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นไส้ คลื่นไส้ แก้ลมจุกแน่นในท้อง
                ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันเจาะจงถึงสรรพคุณของมะนาวว่า สารดี-ลิโมนิน (d-limonin) เป็นสารที่นำมาซึ่งความขมในน้ำมะนาว น้ำมันผิวมะนาว (lime oil) พบได้มากรอบๆผิวเปลือกมะนาวมีสารดี-ลิโมนิน เป็นองค์ประกอบหลักเกินกว่าปริมาณร้อยละ 90 พบว่าน้ำมันผิวมะนาว มีคุณสมบัติปกป้องรวมทั้งรักษามะเร็งหลากหลายประเภท
คนตะวันตกทั่วๆไปมักดื่มน้ำส้ม หรือน้ำจากผลพืชเชื้อสายส้ม ยกตัวอย่างเช่น ส้มโอ หรือมะนาว ประกอบกับข้าวเช้า น้ำผลไม้กลุ่มนี้มีวิตามินซี และก็มีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoid) มีสารเฮสเพอริดิน (hesperidin) รูทิน (rutin) แล้วก็ทุ่งนาริงจิน (naringin) และลิโมนิน เป็นฟลาโวนอยด์หลักของพืชเครือญาติส้ม จากนี้จะเรียกสารกลุ่มนี้ว่าฟลาโวนอยด์ส้ม (citrus bioflavonoid)
สารกลุ่มฟลาโวนอย์ส้มนี้มีรายงานด้านการแพทย์ตะวันตกว่าใช้สำหรับในการรักษามาลาเรีย โรครูมาตำหนิสม์เรื้อรังและโรคเกาต์ ใช้เพื่อการคุ้มครองโรคเลือดออกตามไรฟัน คุ้มครองป้องกันการตกเลือดข้างหลังคลอด และก็ช่วยบรรเทาอาการระคายคอจากการติดเชื้อรวมถึงโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งโรคที่เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการได้รับวิตามินซีในของกินไม่เพียงพอ ซึ่งอาจจะทำให้มีอาการของโรคเกิดขึ้นด้านใน 8-12 อาทิตย์ คนเจ็บมักมีลักษณะเหมือนป่วยไข้ เมื่อยล้า ง่วงซึม โลหิตจาง ปวดกล้าม เจ็บกระดูก มีแผลฟกช้ำดำเขียวหรือบวมง่าย มีจุดเลือดออกแดงๆตามผิวหนัง กำเนิดโรคทางปริทันต์ เป็นแผลแล้วหายยาก อารมณ์แปรปรวน หรือมีภาวการณ์ซึมเศร้า สำหรับคุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากน้ำมะนาวต่อโรคนี้ มีงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยเมื่อนานมาแล้วที่ให้ผู้เจ็บป่วยโรคนี้กินส้มกับมะนาวเหลือง พบว่าคนป่วยสามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์และเร็ว เมื่อเทียบกับผู้ป่วยอีกกรุ๊ปที่ทานอาหารจำพวกอื่น ยิ่งกว่านั้นในน้ำมะนาวยังมีกรด citric ซึ่งมีรสเปรี้ยว จะเป็นตัวกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมาทำให้เปียกคอ จึงช่วยทุเลาลักษณะการเจ็บคอได้
แบบ/ขนาดการใช้
อาการไอ  ระคายคอจากเสลดใช้น้ำจากผลที่โตเต็มกำลัง  เติมเกลือบางส่วน  จิบบ่อยๆหรือ จะทำน้ำมะนาวเติมเกลือรวมทั้งน้ำตาลนิดหน่อย           อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด   ใช้เปลือกผลสด 1/2-1 ผล ฝานเป็นชิ้นเล็กๆบางๆชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งเอาไว้ 5-10 นาที ดื่มแต่ว่าน้ำขณะมีอาการ หรือหลังอาหาร 3 เวลาใช้มะนาว 1 ผล บีบเอาน้ำมะนาวมาชงกับน้ำร้อนดื่มหรือใช้มะนาวฝานบางๆจิ้มเกลือกินจะช่วยขับเสมหะได้รุ่งเช้าหลังตื่นนอน กินน้ำอุ่น 1 แก้ว บีบมะนาว 1/4 ผล (หรือใส่เกลือน้อย) จะช่วยบรรเทาท้องผูก และช่วยขจัดพิษออกจากร่างกายน้ำมะนาวผสมผงกำมะถันใช้ทาก่อนนอน แก้อาการกลาก เกลื้อน หิดใช้น้ำมะนาวทาที่ตุ่มคัน ทิ้งไว้ให้แห้ง ล้างน้ำสบู่แล้วถูให้แห้ง แล้วใช้แป้งทาตุ่มคัน แก้น้ำกัดเท้าในด้านความงดงาม ผลัดเซลล์ผิว ลดรอยด่างดำ ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนจะกว่าจะเข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้สักประเดี๋ยว ล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาดแล้วดูดซับให้แห้ง ทำอาทิตย์ละครั้ง ผิวหน้าจะมองสดใส หรือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำแช่อาบใช้สำหรับการแก้ไข้ทับประจำเดือน ด้วยการเอาใบมะนาวราว 100 ใบมาต้มรับประทานช่วยแก้ลิ้นเป็นฝ้า ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำมะนาวขัดที่ลิ้นวันละ 2-3 ครั้ง
การเรียนทางเภสัชวิทยา การเล่าเรียนสัตว์ทดสอบในหนู พบว่าเมื่อให้สารเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์หลักจากเปลือกในพืชเชื้อสายส้มกับหนูไขมันสูง ส่งผลเพิ่มไขมันที่ดี (เอชดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดไขมันไม่ดี (แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดจำนวนไขมันรวมและก็ไตรกลีเซอไรด์ ในหนูดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แล้วก็ส่งผลลดความดันเลือดและก็ขับเยี่ยวในหนูความดันสูง การทดลองในห้องปฏิบัติในแคนนาดาการพบว่า ฤทธิ์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วของฟลาโวนอยด์ส้มมีสาเหตุมาจากผลของการกระตุ้นลักษณะการทำงานของยีนรีเซปเตอร์ไขมันไม่ดี (แอลดีแอล) ในตับ ณ ตำแหน่งที่ควบคุมโดยสเตอรอคอยล (sterol regulatory element, SRE)
ในอเมริกา งานศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า ฟลาโวนอยด์ส้มสองกรุ๊ป ตัวอย่างเช่นกรุ๊ปเฮสเพอริดิน และก็กรุ๊ปโพลีเมโททอกซิเลตฟลาโม้น (PMFs) มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในพลาสม่าของสัตว์ทดสอบ ซึ่งช่วยเหลือผลที่ได้รับจากงานวิจัยในหนูถีบจักรของแคนาดา
ประเทศจีน งานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยพบว่า ทุ่งนาริงจิน รวมทั้งเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์กระตุ้นรูปแบบการทำงานของยีนอะดีโพเนกทิน (adiponectin) ซึ่งเป็นยีนสำคัญในเมตาบอลิซึมของเดกซ์โทรสและไขมันที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลัคอุดตันของหลอดเลือดและวิธีการอักเสบ ผลการศึกษาวิจัยบอกว่าฟลาโวนอยด์ส้มอีกทั้ง 2 จำพวกแสดงผลลัพธ์ต้านทานการเกิดพลัคโดยกระตุ้น perovisome proliferator-activated receptor (PPAR) รวมทั้งยีนอะดีโพเนกทินในเซลล์ไขมันอะดีโพไซต์
นอกจากนั้น สารทั้งสองยังมีฤทธิ์เอสโทรเจนอย่างอ่อน มีผลต่อการสร้างไนตริกออกไซด์ในเซลล์ผนังเส้นเลือดผ่านการกระตุ้นรีเซปเตอร์ของเอสโทรเจน จึงมีฤทธิ์คุ้มครองการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจ ส่งผลให้ส่งเสริมการกินมะนาว แล้วก็ฟลาโวนอยด์ส้มเพื่อลดจำนวนคอเลสเตอรอลในเลือด คุ้มครองปกป้องโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะในหญิงวัยทอง
การค้นคว้าหนึ่งพบว่า น้ำมะนาวเข้มข้น (concentrated lime juice, CLJ) มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์โมโนปรมาณูในระบบภูมิคุ้มกัน แล้วก็โปรตีนในน้ำมะนาวเข้มข้นมีฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของเซลล์ของมะเร็ง การเรียนในห้องทดลองในรัฐเท็กซัสแล้วก็แคลิฟอเนีย อเมริกาพบว่า สารกรุ๊ปฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์ต้านทานออกซิเดชั่นพอสมควร แม้กระนั้นต่ำลงยิ่งกว่าฟลาโวนอยด์ในพืชเชื้อสายขิง มีบทความด้านการแพทย์พูดว่า ฟลาโวนอยด์ส้มยับยั้งการเจริญก้าวหน้าของเซลล์ของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด ช่องปาก กระเพาะอาหาร และโรคมะเร็งเต้านมจากการทดสอบในห้องทดลองและก็ในสัตว์ทดลองหลากหลายประเภท แม้กระนั้นยังไม่เจอผลการค้นคว้าทางคลินิก
ส่วนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะนาวที่เกี่ยวกับแก้เจ็บคอมีดังนี้  ฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรีย มีการวิจัยผลของทั้งน้ำมันหอมระเหยและก็สารสกัด พบว่า น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Bacillus cereus และก็ E. coli สารสกัด 80% เอทานอลจากเปลือกผิว มีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus รวมทั้ง Bacillus cereus สารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Bacillus subtilis, E. coli. Pseudomanas cichorii รวมทั้ง Salmonella typhimurium สารสกัดเอทานอลจากส่วนกิ่ง (branches) ความเข้มข้น 20 มิลลิกรัม/มล. ไม่มีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis แล้วก็ Streptococcus faecalis
การศึกษาเล่าเรียนทางพิษวิทยา การทดลองความเป็นพิษ  เมื่อให้น้ำสกัดจากใบมะนาวทางปาก หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนูเม้าส์ ด้วยขนาด 10 กรัม/โลน้ำหนักตัว (เสมอกันกับ 1,852 เท่าของขนาดที่ใช้ในคน) ไม่พบความไม่ดีเหมือนปกติอะไรก็แล้วแต่เมื่อป้อนสารสกัดรากมะนาวด้วยน้ำครั้งเดียวทางปาก ในขนาด 5 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว ให้หนูแรทไม่พบว่าเป็นพิษอีกทั้งแบบเฉียบพลันรวมทั้งครึ่งเรื้อรัง แม้กระนั้นพบว่าในหนูที่ได้รับสารสกัด 1.2 กรัม/กก.น้ำหนักตัว/วัน  มีเอ็นไซม์ในตับมากขึ้นแม้กระนั้นยังอยู่ในตอนปกติ และไม่เจอความผิดแปลกของอวัยวะภายใน  ส่วนสารสกัดจากเปลือกผิวมะนาวส่งผลยั้งฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์  รวมทั้งการทดลองฤทธิ์เคืองโดยวิธีการ Patch test พบว่าสารสกัดจากมะนาวได้ผล positive
ข้อเสนอแนะ/ข้อควรระวัง

  • การทาน้ำมันมะนาวลงบนผิวหนังโดยตรงอาจไม่ปลอดภัยในคนที่มีผิวหนังแพ้ง่าย ที่สามารถนำมาซึ่งการทำให้ผิวหนังไวต่อแสงอาทิตย์เป็นอย่างมาก โดยยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่มีผิวค่อนข้างจะขาว หลังจากการใช้น้ำมันมะนาวทาลงผิวหนังจำเป็นต้องทาครีมที่เอาไว้ป้องกันแดดและก็ใส่เสื้อผ้ามิดชิดเพื่อคุ้มครองปกป้องก่อนออกไปพบเจอกับแดด
  • รสเปรี้ยวของมะนาวอาจจะทำให้เกิดท้องเสียหรือท้องร่วงได้ถ้าหากกินมากเกินความจำเป็น
  • หลังจากกินน้ำมะนาวแล้วไม่ควรแปรงฟันโดยทันทีเพราะเหตุว่าอาจจะเป็นผลให้สารเคลือบฟันตามธรรมชาติหลุดได้
  • หากดื่มหรือรับประทานมะนาวเป็นประจำและเป็นระยะเวลาที่ยาวนานต่อเนื่องกันอาจก่อให้ฟันผุร่อนได้
  • ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางไม่ควรรับประทานมะนาว ด้วยเหตุว่ารสเปรี้ยวจะไปกัดฟอกเลือดนำมาซึ่งอันตรายได้
  • ยาบางชนิดที่จะถูกแปลงภายในตับ โดยมะนาวบางทีอาจส่งให้ระยะเวลาในการเปลี่ยนรูปของยากลุ่มนี้ลดลง การกินน้ำมะนาวขณะรับประทานยาบางชนิดที่เปลี่ยนรูปในตับก็เลยอาจจะเป็นผลให้มีผลข้างเคียงมากเพิ่มขึ้น ดังเช่นว่า ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) สามอาโซแลม (Triazolam) ฉะนั้น ก่อนรับประทานมะนาวควรหารือหมอเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2536. พจนานุกรมสมุนไพรไทย. กรุงเทพ ฯ : พิมพ์ครั้งที่ 2, สำนักพิมพ์สุริยบรรณ.
  • รวี เสรฐภักดี.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู:การสร้างสวนไม้ผลยุคใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม
  • Sethpakdee, R. 1992. Citrus aurantifolia (Christm. & Panzer) Swingle . In: L.P.A. Oyen and Nguyen Xuan Dung (Editors): Plant Resourses of South-East Asia No 2. Edible fruits and nuts. Prosea Foundation, Bogor, Indonesia. pp. 126-128.
  • รศ.สุธาทิพ ภมรประวัติ.มะนาว ลดคลอเรสเตอรอลป้องกันโรคหลอดเลือด.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่354.คอลัมน์บทความพิเศษ.ตุลาคม.2551.
  • มะนาว.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีธิราภา แสนเสนา นพดล กิตติวราฤทธิ์ มาลิน จุลศิริ รุ่งระวี เติมศิริฤกษ์กุล. ฤทธิ์ต้านเชื้อและฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดจากผิวผลพืชตระกูลส้ม. โครงการพิเศษ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2536.
  • มะนาว.สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/
  • อรรถศิษฐ์  วงศ์มณีโรจน์.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู ดินและปุ๋ยสำหรับการปลูกมะนาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม.ไม้ผลเศรษฐกิจ.ฉบับที่102(251)/2552.วารสารเมืองไม้ผล.เทคนิคการปลูกมะนาวพันธุ์แป้นเกษตรดกพิเศษให้ออกในช่วงฤดูแล้ง.88-93 น.
  • Prabuseenivasan, S. et al. 2006. Invitro antibacterial activity of some plant essential oils. BMC Complement Altern Med 30(6):39
  • ประโยชน์ของมะนาวต่อการรักษาโรคได้ผลชัวร์หรือไม่.พบแพทย์ดอทคอม
  • อาจินต์ ปัญจพรรค์. ขุดทองในบ้าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อนงค์ศิลป์การพิมพ์, 252



 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31