Vartika Adventure Vartika Kuiburi
   

ผู้เขียน หัวข้อ: เหลือการชิงชัยอีกเพียงแค่ 9 นัดแค่นั้นสำหรับศึกบุนเดสลีกาฤดูกาล 2018/19  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Kittipong99010

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11321
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
เหตุการณ์ล่าสุดทั้งยัง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมทั้ง “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ต่างก็กำลังทำสกอร์ได้เท่ากันที่ 57 คะแนน แล้วอะไรที่จะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเพื่อการชี้ชะตาแชมป์ของทั้งคู่สโมสรยักษ์ใหญ่กันล่ะ?
วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ให้มองกันว่าจาก 27 คะแนนที่เหลือ ทีมไหนกันแน่ที่จะคว้าแต้มซิวถาดแชมป์ Meisterschale ได้มากกว่ากัน เริ่มกันที่ดอร์ทมุนด์ก่อนเลย...


1) ดอร์ทมุนด์มีกัปตันรอยส์
มาร์วัว รอยส์ รับหน้าที่สวมปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่แขนกัปตันนำกองทัพเสือเหลืองมาตั้งแต่ต้นฤดูล่าสุด ด้วยความคาดหวังจะเป็นผู้ยกถาดแชมป์ลีกในปีนี้รวมทั้งหยุดสถิติแชมป์สม่ำเสมอ 6 ปีของบาเยิร์นให้ได้ กัปตันรอยส์โชว์ฟอร์มได้เร่าร้อนสุดๆข้างหลังยิงถึง 14 ประตูแล้วก็ทำอีก 6 แอสซิสต์จากการลงเล่น 21 นัด

เล่นเอาโทมัส เดลานีย์ เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มจำต้องออกมาบอกว่ารอยส์ก็คือเมสซีหรือโรนัลโด้ที่ถ้ำเสือเหลืองดีๆนี่เอง เขาคือนักเตะที่ทีมจำเป็นมาก เมื่อนับตามสถิติแล้ว ถ้ากัปตันวัย 29 ปีคนนี้ลงสู่สนาม ดอร์ทมุนด์จะเก็บแต้มเฉลี่ยถึงที่กะไว้ 2.3 คะแนนและยิงได้เฉลี่ย 2.57 ประตูต่อ 1 เกมบุนเดสลีกา แม้กระนั้นถ้าไม่มีเงารอยส์ในสนาม สถิติจะตกลงมาอยู่ที่ 2.0 แล้วก็1.75 เป็นลำดับ

นับได้ว่ารอยส์คือผู้ผลิตไม่เหมือนกันอย่างแท้จริงและบางทีอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำถาดแชมป์กลับมาสู่ถ้ำเสือเหลืองได้อีกครั้งภายหลังที่เคยทำได้ครั้งปัจจุบันเมื่อปี 2012

2) โปรจ่ายวัยชายหนุ่ม
มิได้เป็นซื้อชำระเงินนะ แม้กระนั้นเป็นการส่งบอลให้เพื่อนพ้องทำประตูหรือทำแอสซิสต์นั่นเอง จาดอน ซานโช ทำแอสซิสต์ในช่วงฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 10 ครั้ง

เป็นสถิติสูงสุดในบุนเดสลีกาและก็ถ้าหากนับทั้งยังท็อป 5 ลีกในยุโรปแล้ว มีเพียงแค่ลีโอเนล เมสซีเท่านั้นที่ทำทางให้สหายได้มากกว่าเขา นอกเหนือจากนั้น ซานโชยังยิงไปแล้ว 8 ประตูจากการลงเล่น 25 นัดอีกด้วย

3) ยิงได้จากทุกทิศทุกทาง
หากแม้ดอร์ทมุนด์จะเสียสถิติกลุ่มที่ยิงประตูได้มากที่สุดในลีกไปแล้ว แต่ก็ยังครอบครองสถิติเป็นกลุ่มที่มีผู้เล่นทำประตูได้มากที่สุดเป็น 18 คนจาก 22 แม่ทัพที่ฝ่าศึกในฤดูกาลนี้ มีเพียงแต่ เออเมอร์ โทปรัค, มาร์เซล ชเมลเซอร์ กับผู้รักษาประตูทั้งสองคนคือ โรมัน เบือร์กี้ และก็ มาร์วิน ฮิตซ์ ที่ยังทำแต้มมิได้

ดอร์ทมุนด์มีเกมรุกที่นานาประการโดยมีผู้ทำประตูตัวหลักของทีมอย่างเช่นสามประสานรอยส์ อัลกาเซร์ (ยิงไปคนละ 14 ประตู) และก็ ซานโช (8 ประตู) เวลาที่บาเยิร์นมีเพียงแค่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้คนเดียวแค่นั้นที่ยิงประตูได้มาก

4) ภาพจำของเยือร์เก้น คล็อปป์
สิ่งที่ยังติดตาแฟนคลับดอร์ทมุนด์ก็คือฟอร์มการเล่นที่เร่าร้อนในสมัยของคล็อปป์ ซึ่งพาทีมเสือเหลืองครอบครองแชมป์ลีกได้สำเร็จในปี 2011 แล้วก็ 2012 เดี๋ยวนี้ ลูเซียง ฟาฟร์สามารถนำเอาภาพนั้นกลับมาสู่แฟนๆได้อีกรอบ

ปัจจุบันนี้พวกเขาทำคะแนนได้มากกว่ายุคคว้าแชมป์ลีกครั้งปัจจุบันอยู่ 1 คะแนน (ข้างหลังแมตช์เดย์ที่ 25) และก็กรรมวิธีเล่นสไตล์บุกอย่างดุดันก็ดูเหมือนกับว่าคราวนั้นไม่มีไม่ถูก แถมยังทำประตูรวมไปแล้วถึง 61 ลูก มากยิ่งกว่าในสมัยของคล็อปป์ซะด้วยซ้ำ อีกเรื่องที่น่าดึงดูดก็คือในฤดูกาล2010/11 ภายหลังจากผ่านไป 24 นัด ดอร์ทมุนด์ปราชัยเพียงแค่ 2 นัดเท่ากับในฤดูกาลนี้เลย ภาพจำมันกระจ่างแล้วก็ฉายแววแชมป์จริงๆ

5) จุดหมายเดียว
หลังจากตกรอบยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก และก็เดเอฟเบ โพค้างล เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ดอร์ทมุนด์ก็เหลือแชมป์ลีกให้ลุ้นอยู่เพียงแค่รายการเดียวเพียงแค่นั้น ก็เลยมั่นอกมั่นใจได้เลยว่าผู้ร่วมทีมของฟาฟร์จะทุ่มเทพลังทุกขีดให้กับการฉกฉวยแชมป์บุนเดสลีกาเต็มพิกัดอย่างแน่นอน ต่างกับบาเยิร์นที่พึ่งไม่เข้ารอบจากศึกยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีกมาหมาดๆซึ่งนักฟุตบอลกำลังอ่อนล้าและก็เสียขวัญแรงใจไม่หาย แถมยังมีถ้วยเดเอฟเบ โพค้างลให้ไปโฟกัสอีกรายการนึงด้วย

ต่อนี้ไปมาดู 5 ข้อของฝ่ายคุ้มครองป้องกันแชมป์กันบ้าง…

1) ความตั้งใจของสองปีกจรวด

5 เหตุผลที่ “เสือเหลือง” รวมทั้ง “เสือใต้” จะซิวแชมป์ลีกปีนี้ได้
ขณะที่ผู้เล่นดอร์ทมุนด์ในทีมตอนนี้เอาเหรียญแชมป์ลีกมารวมกันได้ 10 เหรียญ แม้กระนั้นฟรองก์ ริเบรี ปีกจรวดเลือดน้ำหอมเพียงผู้เดียวก็มีตั้ง 8 เหรียญเข้าไปแล้ว! แล้วก็เขาตั้งใจอยากสุดๆที่จะคว้าเหรียญที่ 9 ให้กับตัวเองให้ได้เพื่อทำสถิติครองแชมป์บุนเดสลีกาสูงสุดนิรันดรแซงหน้าตำนานนักเตะทีมเสือใต้อีกทั้ง 4 คนเป็น โอลิเวอร์ ค้างห์น ฟิลิปป์ ลาห์ม บาสเตียน ชเหล้าองุ่นชไตเกอร์ รวมทั้งเมห์เม็ต โชลล์

ส่วนทางกราบขวา อาร์เยน ร็อบเบน ก็ไม่น้อยหน้า เขาตั้งใจจริงครอบครองแชมป์ลีกยุคที่ 8 ให้กับตัวเองเหมือนกัน

ลองมานับเหรียญแชมป์บุนเดสลีกาของนักเตะบาเยิร์นชุดตอนนี้กันเล่นๆดูบ้าง ดาวิด อาลาบา กับ โทมัส มึลเลอร์ ได้คนละ 7 ยุค เชโรม บัวเต็ง คาบี้ มาร์ตำหนิเนซ มานูเอล นอยเออร์ ราฟินญ่า รวมทั้ง เลวานดอฟสกี้ คนละ 6 สมัย รวม 9 คนคว้าไปแล้ว59 เหรียญถือว่าสูงสุดในบรรดาลีกท็อป 5 ของยุโรปอย่างยิ่งจริงๆ..

2) ฟอร์มเข้าที่
ว่ากันว่าการแข่งฟุตบอลลีกก็เหมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น หลังแมตช์เดย์ที่ 15 บาเยิร์นตามหลังดอร์ทมุนด์ถึง 9 แต้ม แต่ว่าก็ลดช่องว่างมาที่ 6 แต้มข้างหลังผ่านครึ่งฤดูแรกไป และแล้วบาเยิร์นก็ระเบิดฟอร์มแชมป์เก่าได้สำเร็จ เมื่อทำผลงานยอดเยี่ยมชนะถึง 7 จาก 8 เกมล่าสุด (แพ้นัดเดียว)

ในขณะที่ดอร์ทมุนด์เอาชนะได้เพียงแค่ 4 นัด (เสมอ 3 แพ้ 1) จนถึงทำให้พวกพ้องเสือใต้ผงาดกลับขึ้นมานำเป็นหัวหน้าฝูงด้วยผลต่างประตูที่มากกว่า 2 ลูก ขณะนี้อาจพูดได้ว่าบาเยิร์นติดเครื่องเต็มกำลังจนถึงขุนศึกดอร์ทมุนด์เริ่มออกอาการหวั่นหวาดๆแล้วล่ะ

3) ศึกชิงบัลลังก์ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า
90 นาทีที่ศึก “แดร์ คลาสสิกเคอร์” ในวันที่ 6 เดือนเมษายนนี้บางทีอาจเป็นการตัดสินชะตาแชมป์บุนเดสลีกาเลยก็เป็นไปได้ โดยดอร์ทมุนด์จำเป็นที่จะต้องเคลื่อนทัพไปเยือนถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า รังเหย้าของบาเยิร์น มิวนิค ในแมตช์เดย์ที่ 28 แม้ในช่วงฤดูกาลนี้ บาเยิร์นจะทำผลงานในบ้านได้ไม่สู้ดีนัก

แต่เชื่อเถอะว่าการเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลกว่า 75,000 คนแถมถาดแชมป์บุนเดสลีกาที่พวกเขาคุ้นเคยยังอยู่ใกล้นิดเดียวแล้วล่ะก็... พรรคพวกเสือใต้คงจะเล่นด้วยความดุเดือดกว่าปกติอย่างไม่ต้องสงสัย

ช่วงเวลาเดียวกันดอร์ทมุนด์นั้นมีสถิติไม่ค่อยดีนักสำหรับเพื่อการมาเยือนแคว้นบาวาเรีย พวกเขาพ่ายให้กับบาเยิร์นใน 4 นัดปัจจุบันที่มาเยือนนครมิวนิค เสียถึง 17 ประตู ยิงคืนได้เพียงแต่3 ลูกเท่านั้น แม้ไม่นับผลงานในสมัยของคล็อปป์ที่พาเสือเหลืองมาชนะ 3 เสมอ 1 แล้วล่ะก็ ระหว่างปี 1993 ถึง 2010 ดอร์ทมุนด์ไม่สามารถที่จะเอาชนะบาเยิร์นถึงมิวนิคได้เลยในการพบกันทั้งหมดทั้งปวง 18 ครั้ง ศึกคราวนี้อาจเป็นเกมที่น่าจับตาที่สุดในฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

4) ตัวแปร X
ตัวแปร X ในที่นี้ก็คือดาวยิงที่ฉลองการยิงประตูด้วยแนวทางการทำสัญลักษณ์ X เสมอ “โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้” หัวหน้าดาวซัลโวสูงสุดคนปัจจุบันนี้คือตัวแปรตัวสำคัญสำหรับเพื่อการคว้าแชมป์ของบาเยิร์น ฤดูนี้เขายิงไปแล้ว 17 ประตู และเพิ่งจะทำสถิติเป็นนักเตะต่างประเทศที่ยิงประตูในบุนเดสลีกาสูงสุดชั่วกัลปวสาน (197 ประตู)

กัปตันทีมชาติประเทศโปแลนด์วัย 30 กะรัตคนนี้คือเครื่องรับประกันการบรรลุเป้าหมายของบาเยิร์น เขาสามารถยิงประตูในบุนเดสลีกาได้ถึง 81 เกมซึ่งช่วยทำให้บาเยิร์นเอาชนะคู่แข่งขันได้ถึง 75 นัดหมาย เสมอ 5 นัดหมายแล้วก็แพ้เพียงแต่นัดหมายเดียว มีอัตรายิง 1 ประตูในทุกๆ128 นาที บอกได้เลยว่าในเกมที่เหลืออีก 9 นัด เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่...

5) นิเก๋ โควัช
ความคาดหวังที่กรุงมิวนิคนั้นยิ่งใหญ่พอได้ พวกเขาไม่ได้อยากต้องการเป็นลำดับที่สอง “แชมป์แค่นั้น” เป็นเป้าหมายของเทรนเนอร์ป้ายแดงที่ถ้ำเสือใต้ แม้จะเริ่มต้นได้อย่างทุลักทุเล

แต่สมัยก่อนเทรนเนอร์ “อินทรีแดง-ดำ” ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตแล้วก็กลุ่มชาติโครเอเชียก็เริ่มปรับเท่ากันในกลุ่มได้ดีขึ้นเรื่อยๆเขาใช้กองกลางตัวรับสองคนช่วยสกรีนการบุกให้กับเซ็นเตอร์ตัวหลักอย่าง นิคลาส ซือเล่อ กองหลังดาวรุ่งวัยเพียงแต่ 23 ปี นอกจากนั้นยังได้ ฮาเมส โรดริเกซที่หายเจ็บกลับมาช่วยในเกมรุกอีกด้วย

สิ่งหนึ่งที่น่าดึงดูดสำหรับบาเยิร์นก็คือ กุญแจสำหรับในการคว้าชัยชนะของพวกเขาไม่ใช่การถล่มคู่แข่งแบบกินขาดซึ่งมีให้มองเห็นในหลายๆนัดก่อนหน้านี้ แต่เป็นการเน้นย้ำผลที่เกิดจากการแข่งขันในเกมที่ใกล้เคียงชี้ชะตากันด้วยประตูสำคัญๆ

ซึ่งพวกเขามักเอาตัวรอดได้เสมอ ในระหว่างที่ดอร์ทมุนด์เองกลับพลาดท่าทำสกอร์หล่นไปหลายต่อหลายครั้ง สิ่งนี้เองที่สร้างความต่างให้กับทีมแชมป์แล้วก็รองแชมป์ แล้วก็นี่บางครั้งอาจจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับในการฉลองแชมป์ลีก 7 สมัยติดต่อกันของพวกพ้องบาเยิร์น ณ จตุรัสมาเรียนพลัตซ์ หลังหมดฤดูกาลสุดมันในพ.ค.นี้ก็เป็นไปได้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : alexis-brill.com

ที่มา : http://alexis-brill.com

Tags : alexis-brill.com



 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31