Vartika Adventure Vartika Kuiburi
   

ผู้เขียน หัวข้อ: เหลือการชิงชัยอีกเพียง 9 นัดเพียงแค่นั้นสำหรับศึกบุนเดสลีกาฤดูกาล 2018/19  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Saiswatka

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21468
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
เหตุการณ์ล่าสุดอีกทั้ง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ต่างก็กำลังทำคะแนนได้เท่ากันที่ 57 คะแนน แล้วอะไรที่จะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับในการชี้ชะตาแชมป์ของทั้งสองชมรมยักษ์ใหญ่กันล่ะ?
วันนี้เราจะมาพินิจพิจารณาให้ดูกันว่าจาก 27 คะแนนที่เหลือ ทีมไหนกันแน่ที่จะคว้าแต้มซิวถาดแชมป์ Meisterschale ได้มากกว่ากัน เริ่มกันที่ดอร์ทมุนด์ก่อนเลย...


1) ดอร์ทมุนด์มีกัปตันรอยส์
มาร์โค รอยส์ รับหน้าที่สวมปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่แขนกัปตันนำทัพเสือเหลืองมาตั้งแต่ต้นฤดูกาลปัจจุบัน ด้วยความมุ่งมาดจะเป็นผู้ชูถาดแชมป์ลีกในปีนี้และหยุดสถิติแชมป์ต่อเนื่อง 6 ปีของบาเยิร์นให้ได้ กัปตันรอยส์โชว์ฟอร์มได้รุนแรงสุดๆข้างหลังยิงถึง 14 ประตูและก็ทำอีก 6 แอสซิสต์จากการลงเล่น 21 นัด

เล่นเอาโทมัส เดลานีย์ สหายร่วมทีมจะต้องออกมาบอกว่ารอยส์ก็คือเมสซีหรือโรนัลโด้แห่งถ้ำเสือเหลืองดีๆนี่เอง เขาคือนักฟุตบอลที่ทีมต้องมีให้ได้ เมื่อนับตามสถิติแล้ว แม้กัปตันวัย 29 ปีคนนี้ลงสนาม ดอร์ทมุนด์จะเก็บแต้มเฉลี่ยเหมาะ 2.3 คะแนนและก็ยิงได้เฉลี่ย 2.57 ประตูต่อ 1 เกมบุนเดสลีกา แต่ว่าถ้าไร้เงารอยส์ในสนาม สถิติจะตกลงมาอยู่ที่ 2.0 และก็1.75 ตามลำดับ

นับได้ว่ารอยส์คือผู้ผลิตไม่เหมือนกันอย่างแท้จริงแล้วก็อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำถาดแชมป์กลับมาสู่ถ้ำเสือเหลืองได้อีกรอบภายหลังที่เคยทำเป็นครั้งล่าสุดเมื่อปี 2012

2) โปรจ่ายวัยชายหนุ่ม
มิได้หมายคือจ่ายเงินจ่ายเงินนะ แม้กระนั้นหมายคือการผ่านบอลให้เพื่อนพ้องทำประตูหรือทำแอสซิสต์นั่นเอง จาดอน ซานโช ทำแอสซิสต์ในช่วงฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 10 ครั้ง

เป็นสถิติสูงสุดในบุนเดสลีกาและถ้าเกิดนับทั้งท็อป 5 ลีกในยุโรปแล้ว มีเพียงลีโอเนล เมสซีแค่นั้นที่ทำทางให้เพื่อนพ้องได้มากกว่าเขา นอกเหนือจากนั้น ซานโชยังยิงไปแล้ว 8 ประตูจากการลงเล่น 25 นัดหมายอีกด้วย

3) ยิงได้จากทุกทิศทาง
แม้ดอร์ทมุนด์จะเสียสถิติกลุ่มที่ทำประตูได้มากที่สุดในลีกไปแล้ว แม้กระนั้นก็ยังครองสถิติเป็นกลุ่มที่มีผู้เล่นยิงประตูได้มากที่สุดคือ 18 คนจาก 22 ขุนพลที่ฝ่าศึกในฤดูกาลนี้ มีแค่เพียง เอ้อเมอร์ โทปรัค, มาร์เซล ชเมลเซอร์ กับผู้รักษาประตูทั้งคู่คนคือ โรมัน เบือร์กี้ และ มาร์วิน ฮิตซ์ ที่ยังทำประตูไม่ได้

ดอร์ทมุนด์มีเกมรุกที่หลากหลายโดยมีผู้ที่ทำประตูตัวหลักของกลุ่มยกตัวอย่างเช่นสามผสานรอยส์ อัลกาเซร์ (ยิงไปคนละ 14 ประตู) แล้วก็ ซานโช (8 ประตู) ในขณะที่บาเยิร์นมีเพียงแต่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ผู้เดียวแค่นั้นที่ยิงประตูได้มาก

4) ภาพจำของเยือร์เก้น คล็อปป์
สิ่งที่ยังติดตาแฟนๆดอร์ทมุนด์ก็คือฟอร์มการเล่นที่รุนแรงในยุคของคล็อปป์ ซึ่งพาทีมเสือเหลืองครอบครองแชมป์ลีกได้เสร็จในปี 2011 รวมทั้ง 2012 เวลานี้ ลูเซียง ฟาฟร์สามารถนำเอาภาพนั้นกลับมาสู่แฟนๆได้อีกที

ช่วงนี้พวกเขาทำสกอร์ได้มากกว่าสมัยคว้าแชมป์ลีกครั้งปัจจุบันอยู่ 1 คะแนน (หลังแมตช์เดย์ที่ 25) แล้วก็กระบวนการเล่นสไตล์บุกอย่างดุเดือดก็ดูราวกับว่าครั้งนั้นไม่มีผิด แถมยังทำประตูรวมไปแล้วถึง 61 ลูก มากกว่าในยุคของคล็อปป์ซะด้วยซ้ำ อีกหัวข้อที่น่าสนใจก็คือในช่วงฤดูกาล2010/11 หลังจากผ่านไป 24 นัดหมาย ดอร์ทมุนด์พ่ายเพียง 2 นัดพอๆกับในฤดูกาลนี้เลย ภาพจำมันแน่ชัดและก็ฉายแววแชมป์จริงๆ

5) จุดมุ่งหมายเดียว
หลังจากตกรอบยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก แล้วก็เดเอฟเบ โพติดอยู่ล เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวนี้ดอร์ทมุนด์ก็เหลือแชมป์ลีกให้ลุ้นอยู่เพียงแค่รายการเดียวเพียงแค่นั้น จึงมั่นอกมั่นใจได้เลยว่าลูกทีมของฟาฟร์จะทุ่มเทพลังทุกขีดให้กับการฉกชิงแชมป์บุนเดสลีกาเต็มพิกัดอย่างแน่นอน ต่างกับบาเยิร์นที่พึ่งตกรอบจากศึกยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีกมาหมาดๆซึ่งนักฟุตบอลกำลังเหนื่อยล้าและก็เสียขวัญแรงใจไม่หาย แถมยังมีถ้วยเดเอฟเบ โพติดอยู่ลให้ไปโฟกัสอีกรายการนึงด้วย

ต่อนี้ไปมาดู 5 ข้อของข้างปกป้องแชมป์กันบ้าง…

1) ความจริงจังของสองปีกจรวด

5 เหตุผลที่ “เสือเหลือง” และก็ “เสือใต้” จะซิวแชมป์ลีกปีนี้ได้
ในขณะที่ผู้เล่นดอร์ทมุนด์ในกลุ่มปัจจุบันนี้เอาเหรียญแชมป์ลีกมารวมกันได้ 10 เหรียญ แต่ฟรองก์ ริเบรี ปีกจรวดเลือดน้ำหอมเพียงผู้เดียวก็มีตั้ง 8 เหรียญเข้าไปแล้ว! และเขามุ่งมั่นต้องการสุดๆที่จะคว้าเหรียญที่ 9 ให้กับตัวเองให้ได้เพื่อทำสถิติครองแชมป์บุนเดสลีกาสูงสุดนิรันดรแซงหน้าตำนานนักฟุตบอลกลุ่มเสือใต้ทั้งยัง 4 คนคือ โอลิเวอร์ คาห์น ฟิลิปป์ ลาห์ม บาสเตียน ชไวน์ชไตเกอร์ และเมห์เม็ต โชลล์

ส่วนทางกราบขวา อาร์เยน ร็อบเบน ก็ไม่น้อยหน้า เขามุ่งมั่นคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 8 ให้กับตัวเองเหมือนกัน

ลองมานับเหรียญแชมป์บุนเดสลีกาของนักฟุตบอลบาเยิร์นชุดเดี๋ยวนี้กันเล่นๆดูบ้าง ดาวิด อาลาบา กับ โทมัส มึลเลอร์ ได้คนละ 7 สมัย เชโรม บัวเต็ง คาบี้ มาร์ติเนซ มานูเอล นอยเอ้อร์ ราฟินญ่า รวมทั้ง เลวานดอฟสกี้ คนละ 6 สมัย รวม 9 คนคว้าไปแล้ว59 เหรียญนับว่าสูงสุดในบรรดาลีกท็อป 5 ของยุโรปเลยทีเดียว..

2) ฟอร์มเข้าที่
ว่ากันว่าการชิงชัยฟุตบอลลีกก็ราวกับการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น หลังแมตช์เดย์ที่ 15 บาเยิร์นตามหลังดอร์ทมุนด์ถึง 9 แต้ม แต่ก็ลดช่องว่างมาที่ 6 แต้มข้างหลังผ่านครึ่งฤดูกาลแรกไป และก็แล้วบาเยิร์นก็ระเบิดฟอร์มแชมป์เก่าได้เสร็จ เมื่อทำผลงานยอดเยี่ยมชนะถึง 7 จาก 8 เกมปัจจุบัน (แพ้นัดเดียว)

ในขณะดอร์ทมุนด์เอาชนะได้เพียงแต่ 4 นัด (เสมอ 3 แพ้ 1) จนทำให้พลพรรคเสือใต้ผงาดกลับขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงด้วยผลต่างประตูที่มากกว่า 2 ลูก เวลานี้อาจจะพูดได้ว่าบาเยิร์นเดินเครื่องเต็มที่จนถึงขุนพลดอร์ทมุนด์เริ่มออกอาการหวั่นหวาดๆแล้วล่ะ

3) ศึกชิงบัลลังก์ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า
90 นาทีที่ศึก “แดร์ คลาสสิกเคอร์” ในวันที่ 6 ม.ย.นี้บางทีอาจเป็นการวินิจฉัยชะตาแชมป์บุนเดสลีกาเลยก็เป็นไปได้ โดยดอร์ทมุนด์จึงควรเคลื่อนทัพไปเยือนถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า รังเหย้าของบาเยิร์น มิวนิค ในแมตช์เดย์ที่ 28 หากแม้ในช่วงฤดูกาลนี้ บาเยิร์นจะทำผลงานในบ้านได้ไม่สู้ดีนัก

แม้กระนั้นเชื่อเถอะว่าการเล่นในบ้านเฉพาะหน้าแฟนบอลกว่า 75,000 คนแถมถาดแชมป์บุนเดสลีกาที่พวกเขาเคยชินยังอยู่นิดเดียวแล้วล่ะก็... พลพรรคเสือใต้คงเล่นด้วยความดุเดือดกว่าธรรมดาอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกันดอร์ทมุนด์นั้นมีสถิติไม่ค่อยดีนักสำหรับในการมาเยือนแคว้นบาวาเรีย พวกเขาแพ้ให้กับบาเยิร์นใน 4 นัดล่าสุดที่มาเยี่ยมนครมิวนิค เสียถึง 17 ประตู ยิงคืนได้เพียงแต่3 ลูกแค่นั้น ถ้าหากไม่นับผลงานในยุคของคล็อปป์ที่พาเสือเหลืองมาชนะ 3 เสมอ 1 แล้วล่ะก็ ระหว่างปี 1993 ถึง 2010 ดอร์ทมุนด์ไม่อาจจะเอาชนะบาเยิร์นถึงมิวนิคได้เลยสำหรับในการเจอกันทั้งผอง 18 ครั้ง ศึกคราวนี้บางทีอาจเป็นเกมที่น่าจับตาที่สุดในฤดูกาลนี้อย่างยิ่งจริงๆ

4) ตัวแปร X
ตัวแปร X ในที่นี้ก็คือดาวยิงที่สังสรรค์การทำประตูด้วยวิธีการทำเครื่องหมาย X เสมอ “โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้” หัวหน้าดาวซัลโวสูงสุดคนปัจจุบันเป็นตัวแปรตัวสำคัญสำหรับเพื่อการได้แชมป์ของบาเยิร์น ฤดูนี้เขายิงไปแล้ว 17 ประตู และก็เพิ่งจะทำสถิติเป็นนักฟุตบอลฝรั่งที่ยิงประตูในบุนเดสลีกาสูงสุดชั่วกัลปวสาน (197 ประตู)

กัปตันกลุ่มชาติประเทศโปแลนด์วัย 30 กะรัตคนนี้คือเครื่องการันตีการบรรลุผลของบาเยิร์น เขาสามารถทำประตูในบุนเดสลีกาได้ถึง 81 เกมซึ่งช่วยให้บาเยิร์นเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ถึง 75 นัด เสมอ 5 นัดหมายและแพ้เพียงนัดหมายเดียว มีอัตรายิง 1 ประตูในทุกๆ128 นาที บอกได้เลยว่าในเกมที่เหลืออีก 9 นัดหมาย เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่...

5) นิเก๋ โควัช
ความคาดหมายที่กรุงมิวนิคนั้นยิ่งใหญ่ไม่เบา พวกเขาไม่ต้องการเป็นที่สอง “แชมป์เท่านั้น” เป็นวัตถุประสงค์ของเทรนเนอร์ป้ายแดงแห่งถ้ำเสือใต้ แม้ว่าจะเริ่มได้อย่างทุลักทุเล

แต่อดีตเทรนเนอร์ “อินทรีแดง-ดำ” ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตและกลุ่มชาติโครเอเชียก็เริ่มปรับสมดุลย์ในกลุ่มเจริญขึ้นเรื่อยๆเขาใช้กองกลางตัวรับสองคนช่วยสกรีนการบุกให้กับเซ็นเตอร์ตัวหลักอย่าง นิคลาส ซือเล่อ กองหลังดาวรุ่งวัยเพียงแค่ 23 ปี นอกเหนือจากนี้ยังได้ ฮาเมส โรดริเกซที่หายเจ็บกลับมาช่วยในเกมรุกอีกด้วย

สิ่งหนึ่งที่น่าดึงดูดสำหรับบาเยิร์นก็คือ กุญแจสำหรับในการคว้าแชมป์ของพวกเขาไม่ใช่การถล่มคู่แข่งขันแบบกินขาดซึ่งมีให้มองเห็นในหลายๆนัดก่อนหน้าที่ผ่านมา แต่ว่าเป็นการย้ำผลจากการแข่งขันในเกมที่ใกล้เคียงชี้ชะตากันด้วยประตูสำคัญๆ

ซึ่งพวกเขามักเอาตัวรอดได้เสมอ ในช่วงเวลาที่ดอร์ทมุนด์เองกลับเสียท่าทำสกอร์หล่นไปหลายต่อหลายครา สิ่งนี้เองที่สร้างความต่างให้กับกลุ่มแชมป์รวมทั้งรองแชมป์ และก็นี่บางทีอาจจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับเพื่อการฉลองแชมป์ลีก 7 ยุคต่อเนื่องกันของพลพรรคบาเยิร์น ณ จตุรัสมาเรียนพลัตซ์ ข้างหลังสิ้นสุดฤดูกาลสุดมันส์ในเดือนพฤษภาคมนี้ก็เป็นได้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : alexis-brill.com

เครดิต : http://alexis-brill.com

Tags : http://alexis-brill.com,alexis-brill.com,alexis-brill



 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31